ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
กู้เงิน
พ.ศ. ๒๕๐๒
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๐๒
เป็นปีที่ ๑๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดการกู้เงินเพื่อใช้จ่ายตามงบประมาณแผ่นดิน
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
ร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงิน พ.ศ. ๒๕๐๒”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้รัฐบาลมีอำนาจกู้เงินภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๕
เป็นมูลค่าไม่เกินสามพันล้านบาท เพื่อใช้จ่ายตามงบประมาณแผ่นดิน จะเป็นเงินบาทหรือเงินตราต่าง
ประเทศสกุลใดก็ได้
ในกรณีที่เป็นการกู้เงินตราต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ให้คำนวณเป็นเงินบาทใน
อัตราหนึ่งดอลลาร์สหรัฐอเมริกาต่อยี่สิบบาท หรือถ้าเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลอื่นก็ให้คำนวณโดยเทียบ
จากค่าเสมอภาคของเงินตราสกุลนั้น
มาตรา ๔ ในการกู้เงินดังกล่าว นอกจากจะทำโดยสัญญากู้แล้ว ให้รัฐบาลมีอำนาจทำโดยออก
ตั๋วเงินคลัง พันธบัตร หรือตราสารอื่นใดเป็นคราว ๆ ได้ตามความต้องการ
มาตรา ๕ วิธีการกู้ ชนิด หน่วย ลักษณะของพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี อัตราดอกเบี้ยและ
กำหนดเวลาชำระต้นเงินคืนหรือเงื่อนไขใด ๆ ก็ดี ราคาและวิธีการออกพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี ให้
กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๖ วิธีการจ่ายดอกเบี้ยและชำระต้นเงินของพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี ค่าใช้จ่ายและ
ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรและตราสารอื่นก็ดี ให้กำหนดโดยกฎกระทรวง
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ
ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องด้วยรัฐบาลมีความ
ต้องการที่จะทำนุบำรุงประเทศในด้านต่าง ๆ เป็นอันมาก เช่น การคมนาคม การศึกษา การรักษาความสงบ
การสาธารณสุข และการลงทุนเพื่อพัฒนาการเศรษฐกิจ การที่จะใช้จ่ายจากเงินรายได้ทางภาษีอากรแต่ทาง
เดียวย่อมไม่เป็นการเพียงพอ ฉะนั้น การที่จะดำเนินการให้ได้ผลตามความมุ่งหมาย จำต้องอาศัยเงินกู้ จึง
จำเป็นต้องออกพระราชบัญญัติให้อำนาจรัฐบาลกู้เงินมาใช้จ่ายได้