ข้อ ๔ ค่าทดแทนการขาดประโยชน์ ให้กำหนดโดยคำนวณจากการขาดประโยชน์ในการใช้ที่ดิน
ตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีการขาดรายได้ในการประกอบกิจการค้าขายหรือการงานอันชอบด้วยกฎหมายเป็นการ
ชั่วคราว ให้พิจารณากำหนดจากเงินได้สุทธิที่ได้จากการค้าขายหรือการงานอันชอบด้วย
กฎหมายที่ดำเนินการในที่ดินตามที่ปรากฏในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
หรือนิติบุคคลของปีที่ล่วงมาและนำมาคำนวณเป็นรายวัน ตามระยะเวลาที่พนักงานเจ้า
หน้าที่สั่งให้หยุดประกอบกิจการชั่วคราวนั้น ทั้งนี้ ให้จ่ายได้ไม่เกินระยะเวลาหนึ่งร้อยแปด
สิบวัน ในกรณีที่ไม่อาจคำนวณเงินได้สุทธิตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้ ให้จ่ายเป็นเงินเหมา
จ่ายจำนวนหนึ่งหมื่นบาท เว้นแต่ระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่สั่งให้หยุดประกอบกิจการ
ชั่วคราวนั้นน้อยกว่าสามสิบวัน ให้จ่ายเป็นเงินเหมาจ่ายห้าพันบาท
(๒) กรณีการขาดรายได้ในการประกอบกิจการค้าขายหรือการงานอันชอบด้วยกฎหมายด้วยเหตุ
ต้องเลิกประกอบกิจการ ให้พิจารณากำหนดจากเงินได้สุทธิที่ได้จากการค้าขายหรือการงาน
อันชอบด้วยกฎหมายที่ดำเนินการในที่ดินตามที่ปรากฏในแบบแสดงรายการภาษีเงินได้
บุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลของปีที่ล่วงมาและนำมาคำนวณเป็นรายวัน โดยให้จ่ายเป็น
ระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวัน ในกรณีที่ไม่อาจคำนวณเงินได้สุทธิตามหลักเกณฑ์ดังกล่าวได้
ให้จ่ายเป็นเงินเหมาจ่ายจำนวนสองหมื่นบาท
(๓) กรณีการขาดรายได้จากการให้เช่าที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างที่อยู่ในที่ดิน ให้พิจารณากำหนดจาก
อัตราค่าเช่าตามสภาพของที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างนั้น ในท้องตลาดหรือเทียบอัตราค่าใช้จ่ายใน
การเช่าที่อ้างอิงจากราคากลางที่ทางราชการกำหนดตามที่เป็นอยู่ในวันที่ขาดรายได้ และ
ระยะเวลาในการให้เช่าที่ดินหรือสิ่งก่อสร้างนั้น
การคำนวณค่าทดแทนการขาดประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ให้คำนึงถึงการที่ทางราชการได้บรรเทา
หรือแก้ไขปัญหาการขาดประโยชน์นั้นโดยวิธีการอื่นไปแล้วด้วย