ความตกลงระหว่างรัฐบาลแห่งประเทศไทย
กับ
องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
เกี่ยวกับสำนักงานใหญ่ขององค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในประเทศไทย
ท้ายประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๓๗ ลงวันที่ ๑๒ มกราคม พุทธศักราช ๒๕๑๕
รัฐบาลแห่งประเทศไทย
(ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า “รัฐบาล”)
และ
องค์การรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
(ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า “องค์การ”)
โดยคำนึงถึงความปรารถนาขององค์การรัฐมนตรีแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่จะจัดตั้ง
สำนักงานใหญ่ (ซึ่งต่อไปในความตกลงนี้เรียกว่า “ซีเมส”) ขึ้นในกรุงเทพฯ ในประเทศไทย และเพื่อที่จะให้
ความสะดวกแก่การปฏิบัติการหน้าที่ของสำนักงานใหญ่อย่างมีประสิทธิผล รัฐบาลกับองค์การจึงได้
ทำความตกลงกันดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
รัฐบาลยอมรับนับถือสภาพนิติบุคคล และความสามารถขององค์การที่จะ
ก) ทำสัญญา
ข) ได้มาและจำหน่ายซึ่งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์
ค) เป็นคู่กรณีในการดำเนินคดีของศาล
ข้อ ๒
๑) รัฐบาลให้โดยไม่คิดมูลค่าแก่องค์การ และองค์การรับนับแต่วันที่เริ่มใช้บังคับ และชั่วอายุของ
ความตกลงนี้ ซึ่งการใช้และครอบครองที่ที่จัดให้ เริ่มแรกในสถานที่ส่วนหนึ่งของกระทรวงศึกษาธิการ
จนกว่าจะถึงเวลาที่ได้สร้างสถานที่ขึ้นใหม่ เพื่อการใช้ของซีเมส และการใช้สิ่งติดตั้ง เครื่องเรือน และ
บริภัณฑ์ประจำสำนักงานซึ่งมีอยู่ ณ สถานที่นั้น ตลอดจนความสะดวกอื่น ๆ ด้วย สถานที่ สิ่งติดตั้ง
บริภัณฑ์ และเครื่องเรือนเช่นว่านั้น ตลอดจนความสะดวกอื่น ๆ จะได้ทำความตกลงกันในรายละเอียดต่อ
ไประหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยที่เกี่ยวข้องกับองค์การ
๒) ในส่วนที่เกี่ยวกับซีเมส และสิ่งติดตั้ง ณ สถานที่นั้นซึ่งรัฐบาลเป็นผู้จัดหาให้
ก) เว้นแต่ในกรณีความผิดเนื่องมาจากองค์การรัฐบาลจะรับผิดชอบสำหรับค่าซ่อมแซมรายใหญ่
ๆ ที่มีลักษณะไม่เกิดเสมอ ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการซ่อมแซมความเสียหายอันเกิดจากอัคคีภัย เหตุสุดวิสัย
ข้อบกพร่อง หรือการเสื่อมสภาพในทางโครงสร้าง และจะรับผิดชอบสำหรับการหาสิ่งติดตั้งเช่นว่านั้นมา
แทน เมื่อและหากจำเป็นและสำหรับการหาอาคารใด ๆ หรือส่วนแห่งอาคารนั้นในซีเมสซึ่งอาจถูกทำลาย
ไปทั้งหมดหรือเพียงบางส่วนมาแทน
ข) องค์การจะรับผิดชอบสำหรับการซ่อมแซมเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกรายเพื่อการทนุบำรุงและรักษา
ส่วนของสถานที่ที่ซีเมสได้ครอบครองอยู่
ข้อ ๓
๑) รัฐบาลยอมรับนับถือความละเมิดมิได้ของซีเมส เจ้าพนักงานหรือข้าราชการของรัฐบาลไม่ว่า
จะเป็นฝ่ายบริหาร ตุลาการ ทหารหรือตำรวจ จะเข้ามาในซีเมสเพื่อปฏิบัติหน้าที่ราชการใด ๆ ในที่นั้นมิได้
เว้นแต่จะได้รับความยินยอมและเป็นไปตามเงื่อนไขที่ผู้อำนวยการซีเมสได้ตกลงด้วยแล้ว
๒) เจ้าหน้าที่ของไทยที่เหมาะสมจะใช้ความพยายามอันควรที่จะรับรองว่าความสงบสุขของซีเม
สจะไม่ถูกรบกวนจากบุคคลหรือคณะบุคคลที่พยายามจะเข้ามาโดยมิได้รับอำนาจหรือก่อความไม่สงบขึ้นใน
บริเวณใกล้ชิดกับซีเมส
๓) หากได้รับการขอร้องจากซีเมส เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจของไทยที่เหมาะสมจะจัดตำรวจมีจำนวน
เพียงพอเพื่อรักษากฎหมายและความสงบในซีเมส และเพื่อนำตัวผู้กระทำผิดออกไปจากที่นั้น
๔) องค์การจะป้องกันมิให้ใช้ซีเมสเป็นที่ลี้ภัยของบุคคลผู้หลบหนีการจับกุมตามกฎหมายใด ๆ
ของประเทศไทย หรือผู้ซึ่งรัฐบาลต้องการตัวเพื่อการส่งข้ามแดนไปยังอีกประเทศหนึ่ง หรือผู้ที่พยายามจะ
หลีกเลี่ยงไม่รับกระบวนการทางกฎหมายหรือการดำเนินคดีของศาล
ข้อ ๔
บรรณสารของซีเมส และโดยทั่วไป เอกสารทั้งปวงที่เป็นของซีเมส จะถูกละเมิดมิได้ไม่ว่าจะอยู่
ณ ที่ใด
ข้อ ๕
รัฐบาลรับที่จะรับรองว่า องค์การจะได้รับบริการสาธารณะที่จำเป็น และจะได้อุปโภคผลประติ
บัติเช่นเดียวกับองค์การระหว่างประเทศอื่นที่ตั้งอยู่ในประเทศ สำหรับการสื่อสารเป็นทางการขององค์การ
ข้อ ๖
ตามมูลฐานแห่งการไม่ค้ากำไร สินทรัพย์ รายได้และทรัพย์สินอื่นขององค์การจะได้รับยกเว้น
ก) จากการเก็บภาษีอากรทางตรงไม่ว่าในรูปใด อย่างไรก็ตาม องค์การจะไม่เรียกร้องให้มีการ
ยกเว้นภาษี ซึ่งอันที่จริงมิได้มากไปกว่าค่าภาระเพื่อบริการสาธารณูปโภค
ข) จากศุลกากรและภาษีใด ๆ นอกเหนือจากค่าบริการที่ได้ให้ และจากข้อห้ามและข้อกำกัดใด
ๆ ในเรื่องการนำเข้าและส่งออกในส่วนที่เกี่ยวกับสิ่งของที่องค์การนำเข้าหรือส่งออกเพื่อการใช้เป็นทางการ
ขององค์การ โดยเป็นที่เข้าใจกันว่าสิ่งของที่นำเข้าโดยได้รับยกเว้นเช่นว่านี้ หากได้ใช้เพื่อความมุ่งประสงค์
อย่างอื่น หรือได้จำหน่ายไปในภายหลัง หรือได้โอนไปภายในประเทศไทยให้แก่บุคคลอื่นใดซึ่งไม่มีสิทธิได้
รับการยกเว้น สิ่งของนั้น ๆ จะอยู่ในบังคับแห่งศุลกากรและภาษีตามที่กฎหมายบัญญัติไว้
ค) รัฐบาลจะให้ส่วนแบ่งสำหรับน้ำมันและน้ำมันหล่อลื่นสำหรับยานพาหนะที่ซีเมสจำเป็นต้อง
ใช้อย่างเป็นทางการในปริมาณและอัตราที่ให้แก่คณะทูตานุทูตในประเทศไทย
ข้อ ๗
โดยไม่อยู่ในบังคับแห่งการควบคุมทางการเงิน ข้อบังคับ หรือคำสั่งประวิงการชำระหนี้ใด ๆ
องค์การอาจ
ก) รับและถือครองกองทุนและเงินตราต่างประเทศทุกชนิด และดำเนินการทางบัญชีเกี่ยวกับ
เงินตราต่างประเทศทุกสกุล
ข) โอนกองทุน และเงินตราต่างประเทศขององค์การภายในประเทศไทยและจากประเทศไทยไป
ยังอีกประเทศหนึ่งได้โดยเสรี
ในการใช้สิทธิขององค์การตามข้อนี้ องค์การจะรับฟังข้อทักท้วงใด ๆ ที่มีมาจากรัฐบาลเท่าที่จะ
ให้ผลตามข้อทักท้วงเช่นว่านั้นได้ โดยไม่เสียผลประโยชน์ขององค์การ
ข้อ ๘
รัฐบาลจะให้การตรวจลงตราซึ่งอาจจำเป็นในการเข้าประเทศไทยโดยไม่คิดค่าธรรมเนียมแก่
บุคคลดังต่อไปนี้
ก) ผู้แทนของรัฐสมาชิก
ข) พนักงานของซีเมส คู่สมรส และบุตรที่พึ่งพิงตน
ค) บุคคลผู้ปฏิบัติหน้าที่ให้ซีเมส
ข้อ ๙
ผู้แทนของรัฐสมาชิกซึ่งมีส่วนร่วมในงานขององค์การหรือในการประชุมใด ๆ ซึ่งอาจเรียก
ประชุมโดยองค์การ ณ ที่ทำงาน จะมีสิทธิได้รับเอกสิทธิและความคุ้มกันในอาณาเขตประเทศไทยขณะ
ปฏิบัติการหน้าที่ของตน และระหว่างการเดินทางไปยังและมาจากที่ทำงานเช่นเดียวกับที่ได้ประสาทให้แก่
สมาชิกของคณะทูตานุทูตในชั้นที่เทียบกันได้
เอกสิทธิและความคุ้มกันที่ระบุไว้ข้างต้นจะไม่ขยายไปถึงบุคคลที่มีสัญชาติไทย
ข้อ ๑๐
๑. ผู้อำนวยการซีเมส หรือพนักงานใด ๆ ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ทำการแทนผู้อำนวยการจะได้
อุปโภคเอกสิทธิและความคุ้มกันในระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย เช่นเดียวกับสมาชิกของคณะทูตานุทูต
ในชั้นที่เทียบกันได้
๒. บุคคลที่กล่าวถึงในวรรค ๑ ของข้อนี้ ถ้ามีสัญชาติไทยจะไม่เรียกร้องความคุ้มกันในศาลไทย
ในส่วนการดำเนินคดีของศาลเกี่ยวกับเรื่องใด ๆ ที่อยู่นอกหน้าที่เป็นทางการของบุคคลนั้น ๆ
ข้อ ๑๑
ความคุ้มกันซึ่งบัญญัติไว้ในข้อ ๙ และ ๑๐ ได้ประสาทให้ก็เพื่อผลประโยชน์ขององค์การและ
มิใช่เพื่อคุณประโยชน์ส่วนตัวของปัจเจกบุคคลนั้น ๆ เอง ความคุ้มกันเช่นว่านั้นอาจสละเสียได้โดยรัฐบาล
ของรัฐที่เกี่ยวข้องในส่วนที่เกี่ยวกับผู้แทนและโดยคณะมนตรีรัฐมนตรีศึกษาแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ใน
ส่วนที่เกี่ยวกับผู้อำนวยการ
ข้อ ๑๒
๑) พนักงานระหว่างประเทศซึ่งมีชื่อส่งไปและได้รับความเห็นชอบจากเจ้าหน้าที่ของไทยที่
เหมาะสมแล้ว จัก
ก) ได้รับความคุ้มกันจากกระบวนการทางกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวกับกิจกรรมทั้งปวงที่พนักงาน
นั้นได้ปฏิบัติไปในการปฏิบัติการหน้าที่เป็นทางการของตน (รวมถึงถ้อยคำที่ได้กล่าวหรือได้เขียนด้วย)
ข) ได้รับยกเว้นจากภาษีทางตรงทั้งปวงสำหรับเงินเดือนและรายได้ ซึ่งองค์การได้จ่ายให้
ค) ได้รับยกเว้นพร้อมทั้งคู่สมรสและบุตรที่พึ่งพิงตนจากข้อกำกัดในการเข้าเมืองและการจด
ทะเบียนคนต่างด้าว
ง) ได้รับความสะดวกในส่วนที่เกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเช่นเดียวกันกับที่ได้
ให้แก่สมาชิกของคณะทูตานุทูตที่อยู่ในประเทศในชั้นที่เทียบกันได้
จ) ได้รับความสะดวกพร้อมทั้งคู่สมรสและบุตรที่พึ่งพิงตนในการกลับประเทศ ในขณะมี
วิกฤติกาลระหว่างประเทศเช่นเดียวกันกับที่ได้ประสาทให้แก่สมาชิกของคณะทูตานุทูตที่ประจำอยู่ใน
ประเทศไทย
ฉ) ได้รับยกเว้นจากศุลกากรสำหรับสิ่งของซึ่งได้นำเข้าภายในหกเดือนหลังจากได้เดินทางมาถึง
ครั้งแรกเพื่อเข้ารับหน้าที่ในประเทศไทย หรือหลังจากที่ความตกลงนี้เริ่มมีผลบังคับ แล้วแต่กรณีใดจะเกิด
ทีหลัง ได้แก่
๑. ของใช้ส่วนตัว
๒. ของใช้ในครัวเรือน
๓. ยานยนต์หนึ่งคันสำหรับพนักงานคนหนึ่งในบังคับแห่งข้อบังคับเกี่ยวกับการนำรถยนต์เข้า
การโอน และการเปลี่ยนรถยนต์ดังที่ใช้บังคับแก่สมาชิกของคณะทูตที่อยู่ในประเทศในชั้นที่เทียบกันได้
๒) พนักงานอื่น ๆ ของซีเมสจะได้รับเอกสิทธิตามที่ระบุไว้ในข้อ ๑ (ข), (ค) และ (ฉ) ๑ - ๒
ข้อ ๑๓
ผู้เชี่ยวชาญและที่ปรึกษานอกจากพนักงานของซีเมสผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อซีเมสจักได้รับเอกสิทธิ
และความคุ้มกันดังที่ระบุไว้ในข้อ ๑๒ วรรค ๑, เว้นแต่เอกสิทธิและความคุ้มกันใน (ฉ) ๒ - ๓
ข้อ ๑๔
๑) ชื่อของพนักงานและบุคคลที่กล่าวถึงในข้อ ๑๒ และ ๑๓ จะได้ส่งให้เจ้าหน้าที่ของไทยที่
เหมาะสมเป็นครั้งคราว
๒) พนักงานทั้งปวงของซีเมสจะได้รับบัตรประจำตัวพิเศษรับรองว่าเป็นพนักงานของซีเมส ผู้
อุปโภคเอกสิทธิและความคุ้มกันดังที่ระบุไว้ในความตกลงนี้
ข้อ ๑๕
ผู้อำนวยการซีเมสตกลงจะสละความคุ้มกันของพนักงานหรือบุคคลใด ที่อ้างถึงในข้อ ๑๒ และ
๑๓ ในกรณีใด ๆ ที่ความคุ้มกันเช่นว่านั้นจะขัดขวางกระบวนความยุติธรรมและอาจสละเสียได้โดยไม่เสีย
หายต่อผลประโยชน์ของซีเมส
ข้อ ๑๖
ซีเมสและพนักงานของซีเมสจะร่วมมือในทุกโอกาสกับเจ้าหน้าที่ของไทยที่เหมาะสม ในการให้
ความสะดวกแก่การรักษาความยุติธรรมที่ถูกต้อง ประกันการปฏิบัติตามข้อบังคับของตำรวจและป้องกันมิ
ให้เกิดการใช้ในทางที่ผิดอย่างหนึ่งอย่างใดเกี่ยวกับเอกสิทธิและความคุ้มกันที่ได้ให้ไว้ในความตกลงนี้
ข้อ ๑๗
ความตกลงนี้จะเริ่มมีผลบังคับในวันที่สามสิบหลังจากการแลกเปลี่ยนสัตยาบันสารโดยรัฐบาล
กับตราสารให้ความเห็นชอบโดยองค์การแล้ว
ความตกลงนี้และความตกลงเพิ่มใด ๆ ที่ได้กระทำกันระหว่างรัฐบาลกับองค์การโดยอนุวัตตาม
ความตกลงนี้จะเลิกใช้บังคับเมื่อครบสิบสองเดือน หลังจากที่รัฐบาลหรือองค์การฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งจะได้แจ้ง
เป็นลายลักษณ์อักษรให้อีกฝ่ายหนึ่งทราบความตกลงใจของตนที่จะเลิกความตกลงนี้
เพื่อเป็นพยานแก่การนี้ ผู้แทนซึ่งได้รับอำนาจจากรัฐบาลและองค์การผู้ลงนามข้างท้ายนี้ ได้ลง
นามความตกลงนี้
ทำคู่กันเป็นสองฉบับเป็นภาษาอังกฤษ ณ กรุงเทพฯ วันที่เก้าเดือนตุลาคม พุทธศักราชสองพัน
ห้าร้อยสิบสาม ตรงกับคริสต์ศักราชหนึ่งพันเก้าร้อยเจ็ดสิบ
สำหรับรัฐบาลแห่งประเทศไทย สำหรับองค์การ
พลตำรวจตรี ส. กิตติขจร พลเอก น. เขมะโยธิน
(สง่า กิตติขจร) (เนตร เขมะโยธิน)
รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ รักษาราชการแทน ผู้อำนวยการองค์การซีเมส
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ
รับรองว่าเป็นคำแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ถูกต้อง
บุญถิ่น อัตถากร
ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ผู้ใช้อำนาจของ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ