ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
ห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา
พุทธศักราช ๒๔๘๑
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๑๓ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๒
เป็นปีที่ ๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรห้ามนำของหัตถกรรมที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามา
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทน
ราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติห้ามนำของที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จ
เข้ามา พุทธศักราช ๒๔๘๑”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้ เว้นแต่จะมีข้อความแสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น
“การแสดงกำเนิด” หมายความว่า ถ้อยคำ อุบาย คำพรรณนา หรือการแสดงอื่น ๆ ซึ่งแถลง
หรือแนะโดยประจักษ์แจ้งว่าของใด ๆ ได้ทำหัตถกรรมในถิ่นหรือประเทศใด
“เครื่องห่อหุ้ม” หมายความรวมตลอดถึง จุก ถัง ขวด ภาชนะ หีบ ครอบ หลอด กลัก กรอบ
ห่อ หรือสิ่งใด ๆ สำหรับใช้บรรจุของ
“ป้าย” หมายความรวมตลอดถึง แถบ หรือบัตร
มาตรา ๔ ให้ถือว่าของมีการแสดงกำเนิด เมื่อมีการแสดงดังกล่าว ถักทอ ตอก ต่อ ประทับ หรือ
ติดอยู่ด้วยประการอื่นใดกับของนั้น หรือกับเครื่องห่อหุ้ม หรือป้ายแห่งของนั้น
มาตรา ๕ ห้ามนำของหัตถกรรมใด ๆ ที่มีการแสดงกำเนิดเป็นเท็จเข้ามาในราชอาณาจักร
แต่ความในมาตรานี้มิให้มีผลบังคับแก่สิ่งของที่มีการแสดงกำเนิดในสยาม หากว่านำเข้ามาเพื่อ
ใช้เป็นเครื่องห่อหุ้มหรือป้ายสำหรับของที่ผลิตหรือทำหัตถกรรมในราชอาณาจักร
มาตรา ๖ บทกฎหมายว่าด้วยการศุลกากร และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมว่าด้วยการห้ามนำ
ของเข้า และอำนาจของพนักงานศุลกากรเกี่ยวแก่การนั้น ให้ใช้บังคับแก่ของต้องห้ามนำเข้าตามพระราช
บัญญัตินี้ด้วย
มาตรา ๗ ให้อธิบดีกรมศุลกากรมีอำนาจออกข้อบังคับศุลกากรว่าด้วยการแจ้งความ วาง
ประกัน เงื่อนไขหรือวิธีการอื่น ๆ เกี่ยวกับของต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้
ก่อนกักของใด ๆ หรือดำเนินคดีต่อไปประการใด เพื่อริบของนั้น อธิบดีจะสั่งให้ปฏิบัติให้ถูกต้อง
ตามข้อบังคับที่กล่าวข้างต้นเสียก่อนก็ได้ และจะดำเนินการตามข้อบังคับที่ว่านั้นให้เป็นที่พอใจเสียก่อน ว่า
ของนั้น ๆ เป็นของต้องห้ามนำเข้าตามพระราชบัญญัตินี้ก็ได้
ข้อบังคับที่กล่าวข้างต้นจะกำหนดให้ผู้แจ้งความใช้เงินคืนแก่กรมศุลกากร สำหรับค่าใช้จ่ายและ
ค่าเสียหายทั้งปวงอันเกิดจากการกักของที่ผู้นั้นได้แจ้งความไว้ และจากการดำเนินคดีเนื่องแต่การกักของ
นั้นด้วยก็ได้
มาตรา ๘ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรี