ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
ราชองครักษ์
พุทธศักราช ๒๔๘๐
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
เจ้าพระยายมราช
พล.อ. เจ้าพระยาพิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐
เป็นปีที่ ๔ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรปรับปรุงพระราชบัญญัติราชองครักษ์เพื่อให้เหมาะแก่
กาลสมัย
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทน
ราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช ๒๔๘๐”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติราชองครักษ์ พุทธศักราช ๒๔๖๙ พระราชบัญญัติราช
องครักษ์แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕ กับทั้งบรรดากฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่น ๆ ในส่วนที่มี
บัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้หรือซึ่งขัดแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๔ ให้มีราชองครักษ์สังกัดกรมราชองครักษ์ซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของสมุหราช
องครักษ์ มีหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จ
ราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทนพระองค์ และพระราชอาคันตุกะ ทั้งนี้ โดยต้องปฏิบัติให้
ถูกต้องตามพระราชประสงค์
มาตรา ๕ สมุหราชองครักษ์ ต้องเป็นนายทหารสัญญาบัตรประจำการและต้องปฏิบัติหน้าที่
ส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์ให้ต้องตามพระราชประสงค์
มาตรา ๖ ราชองครักษ์แบ่งออกเป็น ๓ ประเภท คือ
๑. ราชองครักษ์พิเศษ
๒. ราชองครักษ์เวร
๓. ราชองครักษ์ประจำ
มาตรา ๗ ราชองครักษ์พิเศษ เป็นตำแหน่งกิตติมศักดิ์ แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตร และ
ต้องปฏิบัติหน้าที่ราชองครักษ์ในบางโอกาสตามราชประเพณี
มาตรา ๘ ราชองครักษ์เวร แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการ และคงรับราชการตาม
ตำแหน่งเดิม มีหน้าที่ประจำตามเสด็จ รักษาการ และปฏิบัติกิจการอย่างอื่นในส่วนพระองค์พระมหา
กษัตริย์
มาตรา ๙ ราชองครักษ์ประจำ แต่งตั้งจากนายทหารสัญญาบัตรประจำการและเข้ารับราชการ
ประจำในกรมราชองครักษ์ มีหน้าที่ปฏิบัติกิจการในส่วนพระองค์พระมหากษัตริย์แล้วแต่จะทรงพระกรุณา
โปรดเกล้าฯ
มาตรา ๑๐ การแต่งตั้งสมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์ทุกประเภท ให้เป็นไปโดยประกาศ
พระบรมราชโองการ
มาตรา ๑๐ ทวิ ให้สมุหราชองครักษ์มีอำนาจแต่งตั้งข้าราชการทหาร ข้าราชการตำรวจ และ
ข้าราชการพลเรือนที่ส่วนราชการต่าง ๆ จัดมา ขึ้นสมทบกรมราชองครักษ์เป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ช่วย
ราชองครักษ์ในการปฏิบัติหน้าที่
ในการแต่งตั้งตามวรรคหนึ่ง ให้สมุหราชองครักษ์ออกบัตรประจำตัวให้ แต่สมุหราชองครักษ์จะ
แต่งตั้งเป็นหนังสือเพื่อให้ปฏิบัติหน้าที่เป็นครั้งคราวก็ได้
บัตรประจำตัวเจ้าพนักงานให้เป็นไปตามแบบที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกำหนดโดย
ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๑๐ ตรี ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้สมุหราชองครักษ์ ราชองครักษ์
และเจ้าพนักงานตามมาตรา ๑๐ ทวิ มีอำนาจและหน้าที่เช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตาม
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยอยู่ในความควบคุมดูแลและรับผิดชอบของสมุหราชองครักษ์
มาตรา ๑๑ สมุหราชองครักษ์และราชองครักษ์พิเศษนั้น พ้นจากตำแหน่งโดยประกาศพระบรม
ราชโองการ
มาตรา ๑๒ ราชองครักษ์เวรพ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้
๑. ออกจากประจำการ
๒. ไปรับราชการฝ่ายพลเรือน และพ้นจากตำแหน่งในกระทรวงกลาโหม
๓. ได้เป็นราชองครักษ์เวรครบ ๓ ปีบริบูรณ์
มาตรา ๑๓ ราชองครักษ์ประจำพ้นจากตำแหน่งในกรณีใดกรณีหนึ่งต่อไปนี้
๑. ออกจากประจำการ
๒. ไปรับราชการที่อื่น และขาดจากตำแหน่งหน้าที่ในกรมราชองครักษ์
มาตรา ๑๔ ราชองครักษ์เวรและราชองครักษ์ประจำเมื่อพ้นจากตำแหน่งแล้วอาจได้รับ
พระราชทานเข็มอักษรพระปรมาภิไธยย่อประกอบด้วยแพรแถบสีตามวันพระราชสมภพในรัชกาลนั้น ๆ
เป็นเกียรติยศ
มาตรา ๑๕ ผู้ที่เป็นราชองครักษ์อยู่ก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ให้คงเป็นราชองครักษ์ต่อไป
มาตรา ๑๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมมีหน้าที่รักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติ
นี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พ.อ. พหลพลพยุหเสนา
นายกรัฐมนตรี
พระราชบัญญัติราชองครักษ์ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อบังคับ
กระทรวงกลาโหมว่าด้วยเหล่าทหาร พ.ศ. ๒๔๙๕ ซึ่งมิได้แบ่งทหารออกเป็นพลรบและผู้ช่วยพลรบเหมือน
แต่ก่อน
พระราชบัญญัติราชองครักษ์ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๑
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ในปัจจุบันมีข้าราชการที่
มิใช่ราชองครักษ์ปฏิบัติหน้าที่รักษาความปลอดภัยสำหรับองค์พระมหากษัตริย์อยู่ด้วย สมควรกำหนดให้
ข้าราชการเหล่านั้นมีหน้าที่และความรับผิดชอบตามกฎหมาย และโดยที่สมควรให้ราชองครักษ์และเจ้า
พนักงานที่แต่งตั้งจากข้าราชการดังกล่าว มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำความผิดต่อองค์
พระมหากษัตริย์ พระราชินี พระรัชทายาท ผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระบรมวงศานุวงศ์ ผู้แทน
พระองค์ และพระราชอาคันตุกะได้ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น