ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดบัญชีอัตราเงินเดือน
เพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญ
ของพนักงานมหาวิทยาลัย
พ.ศ. ๒๕๕๔
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ
. ๒๕๓๙ และมาตรา ๗๐/๘ แห่งพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไข
เพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔ ) พ.ศ. ๒๕๔๙ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานมหาวิทยาลัยซึ่งประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จ
บำนาญข้าราชการต่อไปตามมาตรา ๗๐/๖
“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ
“เงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า อัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงิน
ชดเชยและบำเหน็จบำนาญของพนักงาน
“บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง” หมายความว่า บัญชีอัตราเงินเดือนที่ใช้ในการคำนวณเงินสะสม
เงินสมทบ เงินชดเชย และบำเหน็จบำนาญของพนักงาน
ข้อ ๓ ให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนท้ายกฎกระทรวงนี้เป็นบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
ในกรณีที่มีการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนเพิ่มขึ้น ให้กระทรวงการคลังปรับบัญชี
อัตราเงินเดือนอ้างอิงให้สอดคล้องกับการปรับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
ข้อ ๔ การเทียบอัตราเงินเดือนของพนักงานเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง ให้เทียบอัตราเงิน
เดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการ
พลเรือนเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงในอัตราและอันดับที่ตรงกัน
ในกรณีที่อัตราเงินเดือนที่พนักงานได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพหรือในวันก่อนปรับบัญชี
อัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนไม่ตรงตามบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง ให้เทียบเข้าสู่บัญชีอัตราเงินเดือน
อ้างอิงในอัตราและอันดับที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่าอัตราเงินเดือนที่ได้รับอยู่ในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพ
หรือในวันก่อนปรับบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือน
ข้อ ๕ กรณีที่มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐได้พิจารณาเลื่อนเงินเดือนแก่
พนักงานในปีใด ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานผู้นั้นเพิ่มขึ้น ๑.๕ ขั้นของบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
โดยเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๑ ตุลาคมของปีถัดไป เว้นแต่ในกรณีเลื่อนเงินเดือนเพราะเหตุเกษียณอายุ
ราชการหรือถึงแก่ความตาย ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในวันที่ ๓๐ กันยายนของปีนั้นหรือในวันที่ถึงแก่ความ
ตาย แล้วแต่กรณี
ในกรณีที่มีกฎหมายบัญญัติให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงาน
ในกำกับของรัฐหลังวันที่ ๑ เมษายน และได้มีการเลื่อนเงินเดือนให้แก่พนักงานในวันก่อนเปลี่ยนสถานภาพ
ไปแล้ว หากหน่วยงานในกำกับของรัฐได้เลื่อนเงินเดือนให้พนักงานในปีนั้นอีก ให้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงใน
วันที่ ๑ ตุลาคมได้อีก ๑ ขั้น
ในปีใดหากพนักงานรายใดไม่ได้รับการพิจารณาเลื่อนเงินเดือนก็จะไม่ได้รับการเลื่อนเงินเดือน
อ้างอิงในปีนั้น
ข้อ ๖ กรณีพนักงานรายใดได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้นสูงสุดของอันดับนั้นแล้วให้
สามารถเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงในอันดับถัดไปได้ในอัตราที่ตรงกันหรือในอัตราที่ใกล้เคียงที่สุดแต่ไม่ต่ำกว่า
เงินเดือนอ้างอิงขั้นสูงสุดของอันดับเดิม เว้นแต่พนักงานรายนั้นจะได้รับการเลื่อนเงินเดือนอ้างอิงถึงขั้น
สูงสุดของอันดับ ท. ๑๑ แล้ว
ข้อ ๗ ให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาในกำกับของรัฐที่พนักงานผู้นั้นสังกัดอยู่บันทึกการ
เลื่อนหรือไม่ได้เลื่อนเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานไว้ในสมุดประวัติหรือแฟ้มประวัติ
ข้อ ๘ การหักเงินและการส่งเงินสะสม เงินสมทบ และเงินชดเชยของพนักงานเข้ากองทุน
บำเหน็จบำนาญข้าราชการ ให้ปฏิบัติตามระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการหักเงินสะสมการเบิกจ่าย
เงินสมทบ เงินชดเชย และการนำส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยอนุโลม โดยให้หักเงิน
และส่งเงินเข้ากองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามระเบียบนั้นได้ นับแต่วันที่มีกฎหมายบัญญัติให้
มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาของรัฐแห่งใดเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๔
กรณ์ จาติกวณิช
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๗๐/๘ แห่งพระราช
บัญญัติกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติกองทุน
บำเหน็จบำนาญข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๙ บัญญัติให้สมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ
ซึ่งเปลี่ยนสถานภาพไปเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยในกรณีที่มีกฎหมายกำหนดให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบัน
อุดมศึกษาของรัฐเป็นหน่วยงานในกำกับของรัฐและประสงค์จะเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญ
ข้าราชการต่อไปตามมาตรา ๗๐/๖ ส่งเงินสะสมเข้ากองทุน และให้มหาวิทยาลัยหรือสถาบันอุดมศึกษาใน
กำกับของรัฐที่สมาชิกผู้นั้นสังกัดส่งเงินชดเชยเข้ากองทุน โดยคำนวณตามบัญชีอัตราเงินเดือนและตาม
อัตราที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดบัญชีอัตราเงินเดือนเพื่อใช้ในการคำนวณเงินสะสม เงินสมทบ เงินชดเชย และ
บำเหน็จบำนาญของพนักงานมหาวิทยาลัย (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ เป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่พระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการพลเรือน (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๘ ซึ่งมีผลใช้บังคับเมื่อวันที่ ๑ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๗ กำหนดให้
ปรับปรุงบัญชีเงินเดือนขั้นต่ำขั้นสูงของข้าราชการพลเรือนสามัญ มีผลทำให้อัตราเงินเดือนขั้นสูงสุดของ
ข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารขั้นสูง (เทียบเท่าอันดับ ท. ๑๑ เดิม) สูงกว่าเงินเดือนอ้างอิงขั้นสูง
ในบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิงของพนักงานมหาวิทยาลัย สมควรแก้ไขเพิ่มเติมบัญชีอัตราเงินเดือนอ้างอิง
ของพนักงานมหาวิทยาลัยให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนข้าราชการพลเรือนที่มีการปรับปรุงดังกล่าว จึง
จำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้