ข้อ ๒ ผู้รับสัมปทานจะต้องชี้แจงอธิบายเพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าไม้ที่ได้ตัดโค่นไว้แล้วตามที่ปรากฏ
ในบัญชีรายการไม้ที่ตนขอพิสูจน์นั้น
(๑) เป็นไม้ที่เจ้าหน้าที่ได้ประทับตราอนุญาตให้ตัดโค่นไว้แล้ว
(๒) เป็นไม้ที่ได้ทำไม้จากตอนหรือแปลงที่ผู้รับสัมปทานมีสิทธิทำไม้ได้ตามบัญชีไม้เลือกที่กรมป่า
ไม้ได้ส่งมอบให้ และได้ชำระค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนรายต้นสำหรับไม้นั้นแล้วก่อน
ทำการตัดโค่น
(๓) เป็นไม้ที่ได้ทำไม้ภายในระยะเวลาที่กรมป่าไม้ได้กำหนดไว้สำหรับการทำไม้ในแต่ละตอน
หรือแปลงนั้น และ
(๔) เป็นไม้ที่ตนได้ตัดโค่นลงไว้ก่อนวันที่การสั่งการของรัฐมนตรีตามมาตรา ๖๘ ทวิ มีผลใช้
บังคับ หรือก่อนวันที่สิทธิการทำกิจการที่ได้รับสัมปทานสิ้นสุดลงตามมาตรา ๖๘ ตรี หรือ
ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔
พ.ศ. ๒๕๓๒ หรือก่อนวันที่สัมปทานถูกทางราชการสั่งเพิกถอนเพราะเหตุที่ผู้รับสัมปทานไม่
ปฏิบัติตามข้อกำหนดหรือเงื่อนไขที่กำหนดในสัมปทาน ในกรณีที่ผู้รับสัมปทานไม่อาจหา
พยานหลักฐานเพื่อยืนยันได้ว่าไม้ที่ตนได้ตัดโค่นลงไว้นั้นได้กระทำก่อนวันดังกล่าวข้างต้น
ให้ผู้รับสัมปทานหมายเหตุในบัญชีรายการไม้โดยให้คำรับรองว่าตนได้ตัดโค่นไม้ก่อนวันดัง
กล่าว
ในการชี้แจงอธิบายเพื่อพิสูจน์ไม้ที่ได้มีการประทับตราชักลากไว้แล้วแต่ยังมิได้ทำการชักลาก
หรือเป็นไม้ที่อยู่ในระหว่างการชักลากหรือไม้ที่อยู่ ณ สถานที่รวมหมอนไม้นอกจากจะต้องพิสูจน์ตาม (๑)
ถึง (๔) แล้ว ผู้รับสัมปทานจะต้องชี้แจงอธิบายด้วยว่า ไม้ดังกล่าวเป็นไม้ที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้ประทับตรา
อนุญาตให้ชักลากตรงตามบัญชีชักลากไม้และหรือได้ทำการชักลากตามแนวทางชักลากไม้ที่ได้รับอนุญาต
เพื่อมารวมไว้ ณ สถานที่รวมหมอนไม้ที่ได้รับอนุญาต
ในการชี้แจงอธิบายตามข้อนี้ ผู้รับสัมปทานต้องอ้างอิงพยานหลักฐานและเอกสารที่เกี่ยวข้อง
เพื่อพิสูจน์ถึงความถูกต้องของข้อความที่ตนชี้แจงอธิบาย และในกรณีที่เป็นการอ้างอิงถึงพยานหลักฐาน
และเอกสารตามที่ได้ระบุไว้ในบัญชีรายการพยานหลักฐานและเอกสารตาม ข้อ ๑ (๓) ก็ให้ผู้รับสัมปทาน
ระบุอ้างอิงถึงเลขหมายรายการของพยานหลักฐานและเอกสารตามที่ปรากฏในบัญชีรายการดังกล่าวด้วย