ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
โอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน
ที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลกาฬสินธุ์
อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ให้แก่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
พ.ศ. ๒๕๒๙
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๙
เป็นปีที่ ๔๑ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อ
ประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่
เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของ
รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณ
สมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ในท้องที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์
จังหวัดกาฬสินธุ์ ให้แก่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ พ.ศ. ๒๕๒๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้โอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของ
แผ่นดินโดยเฉพาะ แปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส. ๓๙๔ หนังสือสำคัญสำหรับที่หลวงฉบับที่ ๗๐๐/๒๕๐๓
เนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวา ในท้องที่ตำบลกาฬสินธุ์ อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายพระราชบัญญัตินี้ ให้แก่เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์
มาตรา ๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการ
ตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ป. ติณสูลานนท์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากกระทรวงการคลังได้
พิจารณาอนุมัติให้ขายที่ราชพัสดุเฉพาะบางส่วนของแปลงหมายเลขทะเบียนที่ กส. ๓๙๔ หนังสือสำคัญ
สำหรับที่หลวง ฉบับที่ ๗๐๐/๒๕๐๓ จำนวนเนื้อที่ประมาณ ๔ ไร่ ๒ งาน ๙๐ ตารางวา ให้แก่เทศบาลเมือง
กาฬสินธุ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ เพื่อปลูกสร้างสำนักงานเทศบาล บัดนี้ เทศบาลเมืองกาฬสินธุ์ฯ ได้ผ่อนชำระ
ค่าที่ดินครบถ้วนแล้ว และขอรับโอนกรรมสิทธิ์ที่ราชพัสดุ แต่โดยที่ที่ดินแปลงดังกล่าวเป็นที่ราชพัสดุที่เป็น
สาธารณสมบัติของแผ่นดินที่ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ซึ่งมาตรา ๘ แห่งพระราชบัญญัติที่ราช
พัสดุ พ.ศ. ๒๕๑๘ และมาตรา ๑๓๐๕ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ได้กำหนดให้การโอนกระทำ
โดยตราเป็นพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้