ข้อ ๖ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา ๑๓/๑ และมาตรา ๑๓/๒ แห่งพระราชบัญญัติการรักษา
ความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พ.ศ. ๒๕๕๑
“มาตรา ๑๓/๑ ในกรณีที่มีการตั้ง กอ.รมน. จังหวัด ตามมาตรา ๑๓ ให้ กอ.รมน. จังหวัดแต่ละ
แห่ง มีคณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดประกอบด้วย ผอ.รมน. จังหวัด เป็น
ประธานกรรมการ อัยการจังหวัดซึ่งเป็นหัวหน้าที่ทำการอัยการจังหวัด รองผู้ว่าราชการจังหวัด ซึ่งผู้ว่า
ราชการจังหวัดมอบหมาย รองผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดฝ่ายทหาร และผู้บังคับการ
ตำรวจภูธรจังหวัด เป็นรองประธานกรรมการ หัวหน้าสำนักงานจังหวัด หัวหน้าสำนักงานป้องกันและ
บรรเทาสาธารณภัยจังหวัด ท้องถิ่นจังหวัด โยธาธิการและผังเมืองจังหวัด ผู้แทนกระทรวงการพัฒนาสังคม
และความมั่นคงของมนุษย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ซึ่งประจำอยู่ใน
จังหวัด ผู้แทนกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวง
พลังงานซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงพาณิชย์ซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงแรงงานซึ่ง
ประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงศึกษาธิการซึ่งประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนกระทรวงสาธารณสุขซึ่ง
ประจำอยู่ในจังหวัด ผู้แทนมณฑลทหารบกที่รับผิดชอบพื้นที่จังหวัด หัวหน้าส่วนราชการอื่นซึ่ง ผอ.รมน.
จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินสิบห้าคน และผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งผอ.รมน. จังหวัด แต่งตั้งจำนวนไม่เกินห้าคน
เป็นกรรมการ
ให้ปลัดจังหวัดเป็นกรรมการและเลขานุการ
มาตรา ๑๓/๒ คณะกรรมการอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อ
ไปนี้
(๑) อำนวยการ บูรณาการ และประเมินผลการดำเนินงานรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๒) กำหนดแนวทางในการจัดทำแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัด และพิจารณาให้ความเห็น
ชอบแผนรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดและแผนงานโครงการด้านอื่น ๆ อาทิ ด้านการ
รักษาความสงบ เรียบร้อย ด้านเศรษฐกิจและสังคมของทุกส่วนราชการในจังหวัดที่เชื่อมโยง
กับความมั่นคงภายในจังหวัด
(๓) กำหนดแนวทางหรือมาตรการในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคงภายใน
จังหวัดเพื่อเสนอต่อผู้อำนวยการพิจารณา
(๔) พิจารณาให้ความเห็นต่อการดำเนินการตามแผนงานโครงการของทุกภาคส่วนที่มีผลกระทบ
หรืออาจมีผลกระทบต่อความมั่นคงภายในจังหวัด โดยเสนอให้หน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง
รับไปประกอบการพิจารณา
(๕) ให้คำปรึกษาแนะนำหรือสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่รักษาความมั่นคงภายในจังหวัด
(๖) แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตามที่ได้รับมอบหมาย
(๗) เชิญเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือบุคคลใดมาให้ข้อมูลหรือจัดส่งข้อมูลพร้อมหลักฐานประกอบเพื่อ
ประโยชน์ในการดำเนินการของคณะกรรมการ”