ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
ให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษ
ถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ
พ.ศ. ๒๕๑๔
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๑๔
เป็นปีที่ ๒๖ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษ
ถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบาง
ประการเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๑๔”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“กองทุนการเงิน” หมายความว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศตามข้อตกลงเกี่ยวกับกองทุน
การเงินระหว่างประเทศซึ่งประเทศไทยเป็นสมาชิก
“สิทธิพิเศษถอนเงิน” หมายความว่า สิทธิพิเศษในการถอนเงินที่กองทุนการเงินได้จัดสรรให้แก่
ประเทศสมาชิก ตามข้อกำหนดและเงื่อนไขแห่งบัญชีพิเศษถอนเงิน
“บัญชีพิเศษถอนเงิน” หมายความว่า บัญชีพิเศษถอนเงินที่ได้จัดตั้งขึ้นในกองทุนการเงิน
“ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย
มาตรา ๔ ให้ธนาคารถือประโยชน์จากการเป็นภาคีแห่งบัญชีพิเศษถอนเงินในนามของรัฐบาล
และปฏิบัติการตามพันธะเกี่ยวกับบัญชีพิเศษถอนเงินในนามของรัฐบาลได้ทุกประการ
มาตรา ๕ ให้ธนาคารเป็นผู้ถือและใช้ประโยชน์เกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินที่รัฐบาลได้รับจาก
การจัดสรรและจากธุรกรรมอื่น ๆ
มาตรา ๖ ให้ธนาคารออกใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินได้เป็นคราว ๆ ตามวิธีการและเงื่อนไขที่
กำหนดในกฎกระทรวง เพื่อส่งเข้าทุนสำรองเงินตราได้ตามความจำเป็น
มาตรา ๗ ให้ถือว่าใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินเป็นตราสารชนิดไถ่ถอนเมื่อได้เห็น แต่ไม่มี
ดอกเบี้ย และให้กำหนดมูลค่าของใบสำคัญนี้เป็นหน่วยสิทธิพิเศษถอนเงิน ซึ่งแต่ละหน่วยมีค่าตามที่กองทุน
การเงินกำหนด
มาตรา ๘ ใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินซึ่งได้ออกตามมาตรา ๖ ต้องมีมูลค่ารวมกันไม่เกินมูลค่า
ของสิทธิพิเศษถอนเงินซึ่งธนาคารถืออยู่
มาตรา ๙ สินทรัพย์ที่ได้รับหรือที่ต้องจ่ายแลกเปลี่ยนกับสิทธิพิเศษถอนเงินผลประโยชน์หรือ
ภาระค่าใช้จ่าย และผลกำไรหรือขาดทุน เนื่องจากการปฏิบัติตามพันธะแห่งบัญชีพิเศษถอนเงินทั้งสิ้น ให้
ตกเป็นของธนาคาร
มาตรา ๑๐ ในกรณีที่สิทธิพิเศษถอนเงินที่ได้ออกใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินแล้วจะต้องได้รับ
ชดใช้เป็นสินทรัพย์ ซึ่งมิใช่เป็นสินทรัพย์ที่ระบุไว้ในมาตรา ๓๐ (๑) (๒) และ (๓) แห่งพระราชบัญญัติเงิน
ตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๔ ให้ถอนใบสำคัญ
สิทธิพิเศษถอนเงินจำนวนเดียวกันนั้นจากทุนสำรองเงินตรา โดยให้ธนาคารนำส่งสินทรัพย์ที่ประกอบเป็น
ทุนสำรองเงินตราได้ เข้าทุนสำรองเงินตราแทนโดยครบถ้วน
มาตรา ๑๑ กิจการที่ได้กระทำและการดำเนินงานเกี่ยวกับสิทธิพิเศษถอนเงินให้ได้รับยกเว้น
ภาษีอากร
มาตรา ๑๒ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ถนอม กิตติขจร
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยซึ่งเป็น
สมาชิกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศอยู่แล้ว สมควรสมัครเข้าเป็นภาคีในบัญชีพิเศษถอนเงินใน
กองทุนการเงินระหว่างประเทศนั้นด้วย และโดยที่การสมัครเข้าเป็นภาคีดังกล่าว สมควรมีกฎหมายกำหนด
อำนาจและการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับการนั้น จึงต้องตราพระราชบัญญัตินี้ขึ้น
พระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติให้อำนาจและกำหนดการปฏิบัติบางประการเกี่ยวกับสิทธิ
พิเศษถอนเงินในกองทุนการเงินระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๕๑๔ พ.ศ. ๒๕๒๑
มาตรา ๒ พระราชกำหนดนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกำหนดฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชกำหนด
แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยเงินตรา เพื่อแก้ไขระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราเสียใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น
และโดยที่มูลค่าของใบสำคัญสิทธิพิเศษถอนเงินตามกฎหมายปัจจุบันได้บัญญัติให้เทียบกับทองคำ ซึ่งไม่
สอดคล้องกับระบบการแลกเปลี่ยนเงินตราที่กำหนดขึ้น จึงจำเป็นต้องแก้ไขบทบัญญัติดังกล่าวเสียใหม่ และ
เนื่องจากเป็นกฎหมายเกี่ยวด้วยเงินตราซึ่งต้องกระทำเป็นการรีบด่วนและเป็นความลับ จึงจำเป็นต้องตรา
พระราชกำหนดนี้ขึ้น