ข้อ ๒ ผู้ใดดำเนินกิจการทางนิวเคลียร์ดังต่อไปนี้ ต้องแจ้งต่อเลขาธิการ
(๑) การประกอบเครื่องหมุนเหวี่ยงก๊าซเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ซึ่งภายในเป็นสุญญากาศ
บรรจุ
(ก) กระบอกตัวหมุนตาม (๒) ที่หมุนด้วยความเร็วรอบแกนกลางในแนวตั้งได้ตั้งแต่ ๓๐๐
เมตรต่อวินาที
(ข) แผ่นกั้นทรงกลมหมุนได้ภายในกระบอกตัวหมุนตาม (๒) และทำจากวัสดุตาม (๒) (ก)
(ข) หรือ (ค)
(ค) ท่อซึ่งติดตั้งอยู่กับที่และทำจากโลหะ โพลิเมอร์ หรือเซรามิกที่ทนต่อการกัดกร่อนจาก
ก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) จำนวนอย่างน้อยสามท่อ โดยมีสองท่อยื่นจาก
แกนกลางกระบอกตัวหมุนตาม (๒) ไปยังขอบกระบอกตัวหมุน สำหรับการแยกก๊าซ
ยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์
(๒) การผลิตกระบอกตัวหมุนที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๗๕ มิลลิเมตร ถึง ๔๐๐ มิลลิเมตร
และมีผนังหนาไม่เกิน ๑๒ มิลลิเมตร จากวัสดุดังต่อไปนี้
(ก) เหล็กกล้าชุบแข็งที่มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่น้อยกว่า ๒.๐๕ x ๑๐๙ นิวตัน
ต่อตารางเมตร
(ข) โลหะผสมอะลูมิเนียมที่มีความต้านทานแรงดึงสูงสุดไม่น้อยกว่า ๐.๔๖ x ๑๐๙ นิวตัน
ต่อตารางเมตร
(ค) วัสดุเส้นใยที่มีค่ามอลดูลัสจำเพาะไม่น้อยกว่า ๑๒.๓ x ๑๐๖ เมตร และมีค่าความ
ต้านทานแรงดึงสูงสุดจำเพาะไม่น้อยกว่า ๐.๓ x ๑๐๖ เมตร
(๓) การผลิตวัสดุตัวกั้นที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษสำหรับกระบวนการแยกไอโซโทปด้วยวิธีการแพร่
ของก๊าซเพื่อเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากโลหะ โพลิเมอร์ หรือเซรามิกที่ทนต่อการ
กัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) และมีรูพรุนขนาดตั้งแต่ ๑๐๐ ถึง
๑,๐๐๐ อังสตรอม หนาไม่เกิน ๕ มิลลิเมตร กรณีที่อยู่ในรูปทรงกระบอก ต้องมีเส้นผ่าน
ศูนย์กลางไม่เกิน ๒๕ มิลลิเมตร
(๔) การผลิตหรือประกอบระบบเลเซอร์ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับแยกสกัด
ไอโซโทปของยูเรเนียมในระบบหนึ่งระบบใด ดังต่อไปนี้
(ก) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการแยกสกัดไอโซโทปของไออะตอมยูเรเนียมโดยการใช้
เลเซอร์ (AVLIS หรือ SILVA)
(ข) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการแยกสกัดไอโซโทปของสารประกอบยูเรเนียมโดยการ
ใช้เลเซอร์ (MLIS หรือ MOLIS)
(ค) ระบบเลเซอร์สำหรับกระบวนการคัดเลือกไอโซโทปด้วยปฏิกิริยาเคมี (CRISLA)
(๕) การผลิตหรือประกอบเครื่องแยกไอโซโทปยูเรเนียมด้วยแม่เหล็กไฟฟ้าจากสิ่งต่อไปนี้
(ก) ต้นกำเนิดไอออนที่ทำจากแกรไฟต์ เหล็กกล้าไร้สนิม ทองแดง หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม
และสามารถให้กระแสลำไอออนทั้งหมดไม่ต่ำกว่า ๕๐ มิลลิแอมแปร์
(ข) แผ่นเก็บไอออนที่ทำจากแกรไฟต์ เหล็กกล้าไร้สนิม หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม ประกอบ
ด้วยช่องผ่าตามแนวยาวและช่องเก็บ ตั้งแต่สองช่องขึ้นไป
(ค) ถังสุญญากาศที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมหรือโลหะอื่นที่แม่เหล็กดูดไม่ติด และทำงานที่
ความดันไม่เกิน ๐.๑ ปาสกาล
(ง) ชิ้นขั้วแม่เหล็กที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า ๒ เมตร
(๖) การผลิตหรือประกอบคอลัมน์แลกเปลี่ยนระหว่างของเหลวกับของเหลวแบบไหลสวนทาง
กัน ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากหรือ
ป้องกันด้วยแก้ว โพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม
และสามารถให้สารละลายกรดไฮโดรคลอริกไหลผ่านคอลัมน์ได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐
วินาที
(๗) การผลิตหรือประกอบเครื่องแยกสกัดของเหลวกับของเหลวด้วยแรงหนีศูนย์กลางที่
ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ที่ทำจากโพลิเมอร์
ชนิดฟลูออโรคาร์บอนหรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม หรือบุด้วยแก้ว โพลิเมอร์
ชนิดฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุประเภทพลาสติกอื่นที่เหมาะสม และสามารถให้สารละลา
ยกรดไฮโดรคลอริกไหลผ่านได้ในระยะเวลาไม่เกิน ๓๐ วินาที
(๘) การผลิตหรือประกอบเซลล์รีดักชันแบบไฟฟ้าเคมีที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ
สำหรับรีดิวซ์ยูเรเนียมจากสถานะเวเลนซ์หนึ่งไปสู่อีกสถานะหนึ่ง โดยส่วนของเซลล์ที่ต้อง
สัมผัสกับสารละลายในกรรมวิธีสามารถทนต่อการกัดกร่อนของกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นได้
ช่องแคโทดเซลล์อาจมีเยื่อไดอะแฟรมทำด้วยวัสดุแลกเปลี่ยนแคตไอออนชนิดพิเศษ โดยมี
แคโทดทำจากแกรไฟต์หรือตัวนำไฟฟ้าชนิดของแข็งอื่นที่เหมาะสม
(๙) การผลิตหรือประกอบระบบที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการนำผลผลิตของค
วอดริเวเลนต์ยูเรเนียม (U4+) ออกจากส่วนของสารละลายอินทรีย์โดยการปรับความเข้มข้น
ของกรดแล้วป้อนเข้าสู่เซลล์ไฟฟ้าเคมี โดยส่วนของระบบที่สัมผัสกับสารละลายอินทรีย์ ทำ
จากหรือป้องกันด้วยแก้ว โพลิเมอร์ชนิดฟลูออโรคาร์บอน โพลิเฟนิลซัลเฟต โพลิอีเทอร์ซัล
โฟน แกรไฟต์ชนิดซึมซับด้วยเรซิน หรือวัสดุอื่นที่เหมาะสม
(๑๐) การผลิตหรือประกอบระบบที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการออกซิไดซ์ไตร
เวเลนต์ยูเรเนียม (U3+) ให้เป็นควอดริเวเลนต์ยูเรเนียม (U4+)
(๑๑) การผลิตหรือประกอบเรซินหรือสารดูดซับสำหรับแลกเปลี่ยนไอออนชนิดทำปฏิกิริยา
รวดเร็วที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม ไม่ว่าจะ
เป็นเรซินซึ่งมีกลุ่มขั้วขนาดใหญ่ (macroreticular resin) หรือวัสดุรูพรุนที่มีสารเคลือบให้
เกิดปฏิกิริยาบนเยื่อผิว โดยมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๐.๒ มิลลิเมตร และทนต่อการ
กัดกร่อนจากสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้มข้นได้ อีกทั้งสามารถเกิดปฏิกิริยา
จลนพลศาสตร์ในการแลกเปลี่ยนไอโซโทปของยูเรเนียม โดยมีค่าครึ่งเวลาของอัตราการ
แลกเปลี่ยนน้อยกว่า ๑๐ วินาที และสามารถทำงานได้ที่อุณหภูมิตั้งแต่ ๑๐๐ องศา
เซลเซียส ถึง ๒๐๐ องศาเซลเซียส
(๑๒) การผลิตหรือประกอบคอลัมน์แลกเปลี่ยนไอออนที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ
สำหรับการเสริมสมรรถนะยูเรเนียม และทำจากหรือป้องกันด้วยไทเทเนียม พลาสติกชนิด
ฟลูออโรคาร์บอน หรือวัสดุอื่นที่ทนต่อการกัดกร่อนจากสารละลายกรดไฮโดรคลอริกเข้ม
ข้น โดยเป็นคอลัมน์รูปทรงกระบอกเส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า ๑,๐๐๐ มิลลิเมตร และ
สามารถทำงานที่อุณหภูมิตั้งแต่ ๑๐๐ องศาเซลเซียส ถึง ๒๐๐ องศาเซลเซียส และความ
ดันมากกว่า ๐.๗ เมกะปาสกาล
(๑๓) การผลิตหรือประกอบระบบแลกเปลี่ยนไอออนแบบไหลกลับที่มีระบบรีดักชันและระบบ
ออกซิเดชันแบบเคมีหรือเคมีไฟฟ้า ซึ่งออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ สำหรับการคืน
สภาพตัวรีดิวซ์ เช่น ไตรเวเลนต์ไทเทเนียม (Ti3+) และตัวออกซิไดซ์ เช่น ไตรเวเลนต์ไอร์
ออน (Fe3+) ที่ใช้ในชุดกลั่นเสริมสมรรถนะยูเรเนียมแบบแลกเปลี่ยนไอออน
(๑๔) การผลิตหัวฉีดแยกก๊าซสำหรับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยวิธีทางอากาศ
พลศาสตร์ที่ประกอบด้วยช่องโค้งที่ผ่าตามแนวยาว (slit-shaped) โดยมีรัศมีส่วนโค้งน้อย
กว่า ๑ มิลลิเมตร ซึ่งทนการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะฟลูออไรด์ (UF6) และมีส่วน
ที่มีลักษณะเป็นปลายมีดอยู่ภายในหัวฉีด
(๑๕) การผลิตท่อกระแสวนสำหรับกระบวนการเสริมสมรรถนะยูเรเนียมด้วยวิธีทางอากาศ
พลศาสตร์ ซึ่งมีรูปทรงกระบอกหรือทรงเรียว มีเส้นผ่านศูนย์กลางตั้งแต่ ๐.๕ เซนติเมตร
ถึง ๔ เซนติเมตร ซึ่งทำจากหรือป้องกันด้วยวัสดุทนการกัดกร่อนจากก๊าซยูเรเนียมเฮกซะ
ฟลูออไรด์ (UF6) โดยอัตราส่วนความยาวต่อเส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๒๐ ต่อ ๑ และมี
ช่องทางไหลเข้าของก๊าซในแนวสัมผัสตั้งแต่หนึ่งช่องขึ้นไป
(๑๖) การผลิตหรือประกอบระบบผลิตพลาสมายูเรเนียมที่อาจมีปืนยิงแถบพลังงานสูงหรือลำ
อิเล็กตรอนกราดตรวจไปยังเป้าหมายด้วยกำลังมากกว่า ๒.๕ กิโลวัตต์ ต่อเซนติเมตร
(๑๗) การผลิตท่อเซอร์โคเนียมที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษสำหรับใช้ในเครื่องปฏิกรณ์
นิวเคลียร์จากโลหะเซอร์โคเนียมและโลหะผสมเซอร์โคเนียม ซึ่งมีกำลังการผลิตมากกว่า
๕๐๐ กิโลกรัม ในระยะเวลา ๑๒ เดือน โดยมีอัตราส่วนแฮฟเนียมต่อเซอร์โคเนียม น้อย
กว่า ๑ ต่อ ๕๐๐ ส่วน โดยน้ำหนัก
(๑๘) การผลิตหรือเพิ่มความเข้มข้นของน้ำมวลหนัก ดิวเทอเรียม หรือสารประกอบอื่นของดิวเท
อเรียม ที่มีอัตราส่วนดิวเทอเรียมต่อไฮโดรเจนมากกว่า ๑ ต่อ ๕,๐๐๐
(๑๙) การผลิตแกรไฟต์ที่มีระดับความบริสุทธิ์มากกว่า ๕ ส่วน ใน ๑,๐๐๐,๐๐๐ ส่วนของ
โบรอนสมมูลและมีความหนาแน่นมากกว่า ๑.๕๐ กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร
(๒๐) การผลิตภาชนะบรรจุเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ให้การป้องกันทางเคมี ความร้อน และ
รังสี รวมทั้งการระบายความร้อนจากการสลายตัว ระหว่างการจัดการ การขนส่ง และการ
เก็บรักษาเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว
(๒๑) การผลิตแท่งควบคุมที่ใช้ในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ
สำหรับใช้ในการควบคุมอัตราปฏิกิริยาในเครื่องปฏิกรณ์นิวเคลียร์
(๒๒) การผลิตภาชนะกักหรือเก็บเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ที่เตรียมขึ้นเป็นพิเศษเพื่อป้องกันการเกิด
ภาวะวิกฤติและสามารถควบคุมจากระยะไกล ที่ทำจากเหล็กกล้าไร้สนิมชนิดคาร์บอนต่ำ
ไทเทเนียม เซอร์โคเนียม หรือวัสดุคุณภาพสูงอื่น ๆ ซึ่งทนต่อการกัดกร่อนจากกรดไนตริก
และสารกัดกร่อนอื่นที่มีความร้อนได้ และต้องมีคุณลักษณะอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) ผนังหรือโครงสร้างภายในมีปริมาณโบรอนอย่างน้อยร้อยละ ๒
(ข) เส้นผ่านศูนย์กลางไม่เกิน ๑๗๕ มิลลิเมตร สำหรับภาชนะรูปทรงกระบอก
(ค) ความกว้างสูงสุดไม่เกิน ๗๕ มิลลิเมตร สำหรับภาชนะรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากหรือรูป
ทรงวงแหวน
(๒๓) การผลิตเครื่องสับหรือตัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้วที่ออกแบบหรือจัดเตรียมเป็นพิเศษ
สำหรับใช้ในการสับ ตัด หรือเฉือน ชุดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว มัดเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้
แล้ว หรือแท่งเชื้อเพลิงนิวเคลียร์ใช้แล้ว โดยการควบคุมจากระยะไกล ไม่ว่าจะใช้เครื่องมือ
โลหะหรือเครื่องมือชั้นสูง เช่น เลเซอร์ ก็ตาม
(๒๔) การผลิตตู้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับงานทางรังสีหรือนิวเคลียร์ไม่ว่าจะเป็นตู้เดี่ยวหรือตู้ที่เชื่อม
ต่อกัน ซึ่งมีปริมาตรไม่น้อยกว่า ๖ ลูกบาศก์เมตร โดยติดตั้งอุปกรณ์เครื่องมือที่ควบคุม
การทำงานจากระยะไกล และมีความสามารถกำบังรังสีเทียบได้กับคอนกรีตที่มีความหนา
แน่นไม่น้อยกว่า ๓.๒ กรัม ต่อลูกบาศก์เซนติเมตร และหนาไม่น้อยกว่า ๕๐ เซนติเมตร