มีพระบรมราชโองการดำรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่าด้วยโปรวิการิโอ อาปอสตอลิโก ผู้บัญชาการมิซ
ซังโรมันคาทอลิกในวิการิอาโต อาปอสตอลิโก แห่งกรุงเทพฯ ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า มิซซัง
โรมันคาทอลิกได้พยายามกระทำการมาแล้วแต่ปางก่อน และยังกระทำอยู่สืบไป เพื่อจะให้ประชาชนมี
ความดีและเจริญยิ่งขึ้น และว่ามีความยากลำบากเกิดขึ้นในการที่ดินของมิซซังที่กล่าวแล้วนั้น
อีกประการหนึ่งตามความในข้อ ๓ ของหนังสือสัญญาทางพระราชไมตรี การค้าขายและการเดิน
เรือ ซึ่งได้ทำไว้ในระหว่างกรุงสยามกับกรุงฝรั่งเศส ลงวัน ๖ ๙ ค่ำ ปีมะโรงอัฐศก จุลศักราช ๑๒๑๘ ตรงกับ
วันที่ ๑๕ สิงหาคม คริสต์ศักราช ๑๘๕๖ นั้น มีความว่า บาทหลวงฝรั่งเศสจะสร้างวัดตึกและเรือนโรงอยู่ก็ดี
ปลูกโรงสอนหนังสือเด็ก ๆ ก็ดี โรงรักษาคนไข้ก็ดี ในประเทศสยามก็ทำได้ แต่ต้องประพฤติตามกฎหมาย
ไทย
ประการหนึ่งยังไม่ได้ทำข้อบังคับ สำหรับการที่จะทำตามสัญญาที่กล่าวมานี้ และเป็นการสมควร
ที่จะมีข้อบังคับลงไว้เพื่อให้บาทหลวงโรมันคาทอลิกในกรุงสยาม ได้รับหนังสือสำหรับที่ดินซึ่งจะถือไว้ใช้เป็น
ประโยชน์ของวัดนั้น
ประการหนึ่ง โปรวิการิโอ อาปอสตอลิโก ได้กราบบังคมทูลพระกรุณาว่า เพราะเหตุด้วยทุนที่จะ
ใช้ในการสอนศาสนาไม่มีพอ รัฐบาลฝ่ายสยามจึงได้อนุญาตให้ทำการเพาะปลูกในที่ดินต่าง ๆ ในพระราช
อาณาจักร เพื่อให้ได้รับประโยชน์มาใช้ในการวัดนั้น และว่ามิซซังโรมันคาทอลิกขอพระราชทานพระบรมรา
ชานุญาตให้มีอำนาจถือที่ดินเช่นว่ามานี้ได้บริบูรณ์ตามกฎหมายในพระราชอาณาจักรนี้
ประการหนึ่ง โปรวิการิโอ อาปอสตอลิโก ขอพระราชทานพระมหากรุณาและพระบรมราชานุ
เคราะห์ เพื่อให้มิซซังมีอำนาจถือที่ดินที่เป็นส่วนทำประโยชน์ให้แก่มิซซัง ตามแต่ที่จะได้มาโดยซื้อหรือโดย
ให้ปันกันตามกฎหมายฝ่ายสยาม
อีกประการหนึ่ง การที่จะอนุญาตให้มีอำนาจถือที่ดินนี้ เป็นการจำเป็นที่ต้องกำหนดลงไว้ใน
กฎหมายฝ่ายสยามว่า ลักษณะฐานะของวัดบาทหลวงโรมันคาทอลิกเป็นอย่างไรด้วย
เพราะเหตุทั้งหลายเหล่านี้ และเพราะเหตุที่โปรวิการิโอ อาปอสตอลิโก ได้เขียนหนังสือรับแทน
มิซซังคาทอลิกในวิการิอาโต อาปอสตอลิโก แห่งกรุงเทพฯ ว่า ทั้งผู้บัญชาการมิซซังนี้และผู้ที่จะสืบต่อไปใน
ภายหน้า จะถือและทำตามข้อความทั้งปวงในพระราชบัญญัตินี้แล้ว
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัตินี้ไว้ มีข้อความดังต่อไปนี้