มาตรา ๙ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหน้าที่และอำนาจ ดังต่อไปนี้
(๑) ควบคุมการจอดรถในที่จอดรถให้เป็นไปตามระเบียบการจอดรถ
(๒) เรียกเก็บค่าธรรมเนียมจอดรถในที่จอดรถตามอัตราและวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้อง
ถิ่น วิธีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมต้องไม่มีลักษณะให้ผู้เสียค่าธรรมเนียมต้องไปเสียค่า
ธรรมเนียม ณ สถานที่อื่นนอกจากสถานที่ที่จอดรถ
(๓) สั่งให้ผู้จอดรถในที่ที่มีกฎหมายห้ามจอดรถตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเคลื่อน
ย้ายรถออกไปจากที่ดังกล่าว ในกรณีที่ไม่พบผู้ขับขี่รถนั้น จะใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อน
ย้ายรถหรือเคลื่อนย้ายรถไปไว้ ณ สถานที่ที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นก็ได้
พนักงานเจ้าหน้าที่ตำแหน่งใดจะมีอำนาจตาม (๓) ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้อง
ถิ่น
เมื่อมีการดำเนินการตาม (๓) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคสอง มีอำนาจเรียกเก็บค่าใช้จ่ายใน
การใช้เครื่องมือบังคับไม่ให้เคลื่อนย้ายรถ ค่าเคลื่อนย้ายในกรณีมีการเคลื่อนย้าย และค่าดูแลรักษารถ ให้
เป็นไปตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติท้องถิ่นโดยต้องไม่เกินอัตราที่กำหนดในกฎกระทรวงและให้
พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเช่นเดียวกับพนักงานเจ้า
หน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบก
ในการดำเนินการตามวรรคสาม ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจดำเนินการตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการที่ใช้บังคับกับพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกและให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตาม
มาตรา ๘ (๑) มีอำนาจว่ากล่าวตักเตือนหรือเปรียบเทียบได้ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกเช่นเดียว
กับพนักงานสอบสวน หรือจะส่งให้พนักงานสอบสวนผู้มีอำนาจสอบสวนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณา
ความอาญาดำเนินการเปรียบเทียบก็ได้
ในการตราข้อบัญญัติท้องถิ่นตามมาตรานี้ ให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นหารือกับหัวหน้าหน่วย
งานของเจ้าพนักงานจราจรหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่าด้วยการจราจรทางบกที่มีอำนาจในเขต
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น เพื่อวางหลักเกณฑ์การใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายว่า
ด้วยการจราจรทางบกและการใช้อำนาจของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ให้สอดคล้องและไม่
ซ้ำซ้อนกัน