มาตรา ๕ เพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ ให้มีสภาขึ้นเรียกว่า “สภาการศึกษา
วิชาการทหาร” มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) กำกับมาตรฐานการศึกษาและการวิจัยวิชาการทหาร
(๒) พิจารณาอนุมัติการจัดตั้ง รวม และยุบเลิกสาขาวิชา
(๓) พิจารณาอนุมัติหลักสูตรของแต่ละสาขาวิชา
(๔) กำหนดมาตรการเพื่อพัฒนาการศึกษาวิชาการทหารให้เจริญยิ่งขึ้น
(๕) กำหนดคุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการของคณาจารย์ประจำ
ของสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ
(๖) กำหนดจำนวน คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ และวิธีการได้มา วาระการดำรงตำแหน่ง และการพ้น
จากตำแหน่งของประธานสภาคณาจารย์ และกรรมการสภาคณาจารย์ ตลอดจนอำนาจและ
หน้าที่การดำเนินงาน และการประชุมของสภาคณาจารย์
(๗) กำหนดพื้นความรู้ คุณสมบัติ และหลักเกณฑ์การเข้าเป็นนักเรียนวิชาการทหาร หรือผู้เข้า
รับการศึกษาในหลักสูตรตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ ระยะเวลาการศึกษา การสอบ
และเงื่อนไขในการรับปริญญา
(๘) กำหนดหลักเกณฑ์และอนุมัติการรับเข้าสมทบ การจัดการศึกษาร่วม หรือการยกเลิกการ
สมทบ การยกเลิกการจัดการศึกษาร่วมของสถานศึกษาชั้นสูงอื่น
(๙) อนุมัติให้และร่วมให้ ปริญญา ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ประกาศนียบัตรบัณฑิต และ
ประกาศนียบัตร ทั้งของสถาบันการศึกษาวิชาการทหาร สถาบันรับเข้าสมทบ และที่สถาบัน
จัดการศึกษาร่วมกับสถานศึกษาชั้นสูงอื่น
(๑๐) อนุมัติให้ปริญญากิตติมศักดิ์
(๑๑) พิจารณาเสนอเรื่องเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งและถอดถอนกรรมการสภาการ
ศึกษาวิชาการทหารผู้ทรงคุณวุฒิ ศาสตราจารย์ และศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๒) แต่งตั้งและถอดถอนรองศาสตราจารย์ รองศาสตราจารย์พิเศษ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ และผู้
ช่วยศาสตราจารย์พิเศษ
(๑๓) พิจารณาเทียบคุณวุฒิผู้สำเร็จวิชาการทหารจากต่างประเทศเพื่อเข้ารับราชการทหาร หรือ
เพื่อรับเข้าศึกษาในสถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ
(๑๔) วางระเบียบและออกข้อบังคับเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ และอาจมอบให้
สถาบันการศึกษาตามมาตรา ๓ และมาตรา ๓ ทวิ เป็นผู้วางระเบียบและออกข้อบังคับ
สำหรับสถาบันการศึกษานั้นเป็นเรื่อง ๆ ไปก็ได้
ในการปฏิบัติการตามวรรคหนึ่ง ให้สภาการศึกษาวิชาการทหารคำนึงถึงมาตรฐานโดยทั่วไปที่
สอดคล้องกับมาตรฐานที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม* หรือคณะกรรมการ
ข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษากำหนด แล้วแต่กรณี