ข้อ ๔ ภายในพื้นที่ตามข้อ ๒ ห้ามกระทำการหรือดำเนินกิจกรรม ดังต่อไปนี้
(๑) พื้นที่บริเวณที่ ๑
(ก) การทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ปล่อยน้ำเสีย หรือทำให้เกิดมลพิษที่เป็นการทำลาย ก่อ
ให้เกิดความเสียหาย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมในพื้นที่
(ข) การยึดถือหรือครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงการก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า
(ค) การกระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงสภาพทางธรรมชาติ
(ง) การก่อสร้าง เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐเพื่อคุ้มครองทรัพยากร
ทางทะเลและชายฝั่ง หรือเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเลซึ่งต้องดำเนินการ
เท่าที่จำเป็น กลมกลืนกับสภาพแวดล้อม ไม่เป็นการทำลายสภาพทางธรรมชาติใน
ลักษณะที่ไม่สามารถฟื้นฟูกลับมาได้ดังเดิม และต้องแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อน
เริ่มดำเนินการก่อสร้างไม่น้อยกว่าสามสิบวันพร้อมยื่นแบบแปลนหรือแผนผังการ
ก่อสร้างประกอบการแจ้งด้วย
(จ) การเก็บทรัพยากรธรรมชาติ หรือกระทำด้วยประการใด ๆ ให้เป็นอันตรายต่อสัตว์และ
พืช เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วยงานของรัฐเพื่อการศึกษาวิจัย โดยแจ้งให้
อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มดำเนินการศึกษาวิจัยไม่น้อยกว่าสามสิบวันพร้อมยื่น
โครงการศึกษาวิจัยประกอบการแจ้งด้วย รวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดี
ประกาศกำหนด
(ฉ) การพักค้างคืน เว้นแต่เป็นการพักค้างคืนอันเนื่องมาจากการปฏิบัติภารกิจของหน่วย
งานของรัฐในการศึกษาวิจัย การคุ้มครองทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หรือการ
รักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล และได้แจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทราบล่วงหน้า
ก่อนการพักค้างคืนไม่น้อยกว่าสามวัน หรือเป็นการพักค้างคืนเพื่อความปลอดภัยของ
ชีวิต
(ช) การท่องเที่ยว เว้นแต่เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยคำนึงถึงความสามารถในการ
รองรับของพื้นที่และไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพทางธรรมชาติเดิม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์
ที่อธิบดีประกาศกำหนด
(ซ) การนำสัตว์หรือพืชเข้าไป เว้นแต่เป็นชนิดพันธุ์สัตว์หรือพืชตามที่อธิบดีประกาศ
กำหนด
(ฌ) การปลูกพืชหรือต้นไม้ เว้นแต่เป็นชนิดพันธุ์พืชหรือต้นไม้ตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
(๒) พื้นที่บริเวณที่ ๒
(ก) การทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ปล่อยน้ำเสีย หรือทำให้เกิดมลพิษที่เป็นการทำลาย ก่อ
ให้เกิดความเสียหาย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซาก
ปะการัง กัลปังหา หรือสัตว์น้ำในแนวปะการัง
(ข) การกระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการทำลาย ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือ
อาจเป็นอันตราย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซาก
ปะการัง กัลปังหา หรือสัตว์น้ำในแนวปะการัง เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วย
งานของรัฐเพื่อการศึกษาวิจัย โดยแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มดำเนินการ
ศึกษาวิจัยไม่น้อยกว่าสามสิบวันพร้อมยื่นโครงการศึกษาวิจัยประกอบการแจ้งด้วย
รวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
(ค) การทำการประมงหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
(ง) การท่องเที่ยว เว้นแต่เป็นการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ โดยคำนึงถึงความสามารถในการ
รองรับของพื้นที่และไม่ส่งผลกระทบต่อสภาพทางธรรมชาติเดิม ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่
อธิบดีประกาศกำหนด และในกรณีที่เป็นการท่องเที่ยวใต้น้ำให้กระทำได้ตามจุดและ
ภายในเขตที่อธิบดีประกาศกำหนดเท่านั้น
(จ) การทิ้งสมอ โดยกรณีที่ประสงค์จะจอดเรือ ให้กระทำโดยวิธีการผูกเรือกับทุ่นจอดเรือ
ในบริเวณและวิธีที่อธิบดีประกาศกำหนด
(ฉ) การก่อสร้างท่าเทียบเรือทุกประเภท เว้นแต่เป็นการก่อสร้างทุ่นหรือเครื่องสำหรับผูก
จอดเรือหรือโป๊ะเทียบเรือชั่วคราวเพื่อประโยชน์ในการคุ้มครองทรัพยากรทางทะเล
และชายฝั่ง หรือเพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยของหน่วยงานของรัฐ โดยให้ทำการ
ก่อสร้างในบริเวณที่จะก่อให้เกิดความเสียหายน้อยที่สุดแก่แนวปะการัง ซากปะการัง
กัลปังหา หรือสัตว์น้ำในแนวปะการังและต้องแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนเริ่ม
ดำเนินการก่อสร้างไม่น้อยกว่าสามสิบวัน พร้อมยื่นแบบแปลนหรือแผนผังการก่อสร้าง
ประกอบการแจ้งด้วย
(๓) พื้นที่บริเวณที่ ๓
(ก) การทิ้งขยะมูลฝอย สิ่งปฏิกูล ปล่อยน้ำเสีย หรือทำให้เกิดมลพิษที่เป็นการทำลาย ก่อ
ให้เกิดความเสียหาย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซาก
ปะการัง กัลปังหา หรือสัตว์น้ำในแนวปะการัง
(ข) การกระทำหรือดำเนินกิจกรรมใด ๆ ที่เป็นการทำลาย ก่อให้เกิดความเสียหาย หรือ
อาจเป็นอันตราย ตลอดจนส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมของแนวปะการัง ซาก
ปะการัง กัลปังหา หรือสัตว์น้ำในแนวปะการัง เว้นแต่เป็นการดำเนินการของหน่วย
งานของรัฐเพื่อการศึกษาวิจัย โดยแจ้งให้อธิบดีทราบล่วงหน้าก่อนเริ่มดำเนินการ
ศึกษาวิจัยไม่น้อยกว่าสามสิบวันพร้อมยื่นโครงการศึกษาวิจัยประกอบการแจ้งด้วย
รวมทั้งปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีประกาศกำหนด
(ค) การทำเหมืองแร่ในทะเล การสำรวจ การขุดเจาะ การผลิต และการถ่ายเทน้ำมันหรือ
ก๊าซธรรมชาติ
(ง) การขุด การถมทะเล หรือการขุดลอกร่องน้ำ
(จ) การทำการประมงหรือการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำตามกฎหมายว่าด้วยการประมง เว้นแต่
การทำการประมงโดยใช้เบ็ดมือ
ความในวรรคหนึ่ง มิให้ใช้บังคับแก่การใช้พื้นที่เพื่อประโยชน์ในราชการของกองทัพเรือ