ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
พ.ศ. ๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร
พ.ศ. ๒๕๓๔ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้สำนักทะเบียนกลางจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากสูติบัตร ทะเบียนคนเกิด
มรณบัตร ทะเบียนคนตาย ทะเบียนบ้าน ทะเบียนบ้านกลาง ใบแจ้งการย้ายที่อยู่ ทะเบียนที่เกี่ยวด้วย
สถานภาพการสมรส ทะเบียนที่เกี่ยวด้วยบุตร ทะเบียนที่เกี่ยวด้วยชื่อบุคคล และเอกสารการทะเบียนอื่น ๆ
ที่ยื่นไว้ต่อนายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยการทะเบียนราษฎร หรือกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัว
ประชาชนและในกรณีของผู้ไม่มีสัญชาติไทยให้จัดเก็บข้อมูลจากทะเบียนประวัติด้วย
ข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรที่ไม่อาจจัดเก็บจากทะเบียนและเอกสารตามวรรคหนึ่งได้จะจัด
เก็บจากส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่จัดเก็บโดยอาศัยอำนาจตามกฎหมายก็ได้ แต่ต้องได้รับ
ความเห็นชอบจากส่วนราชการหรือหน่วยงานอื่นของรัฐนั้น
ข้อ ๒ การจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรให้จัดเก็บไว้ในรูปของเอกสาร ภาพถ่าย ฟิล์ม
แผ่นบันทึกข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่นตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด
ข้อ ๓ ในกรณีที่ผู้ใดประสงค์จะให้นายทะเบียนจัดเก็บข้อมูลอื่นใดเกี่ยวกับตนอันมิใช่เป็นข้อมูล
ทะเบียนประวัติราษฎรตามข้อ ๑ และนายทะเบียนเห็นว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อการทะเบียน
ราษฎร ให้นายทะเบียนจัดเก็บข้อมูลนั้นตามที่ผู้นั้นแสดงเจตนาได้
ข้อ ๔ เมื่อสำนักทะเบียนได้จัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรจากเอกสารหลักฐานตามข้อ ๑
ไว้ในฟิล์ม แผ่นบันทึกข้อมูล ระบบคอมพิวเตอร์ หรือระบบอื่น และพ้นระยะเวลาที่รัฐมนตรีประกาศ
กำหนดแล้ว สำนักทะเบียนจะทำลายเอกสารหลักฐานเหล่านั้นก็ได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๐
อารีย์ วงศ์อารยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๒ แห่งพระราช
บัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ. ๒๕๓๔ บัญญัติให้สำนักทะเบียนกลางดำเนินการจัดเก็บข้อมูลทะเบียน
ประวัติราษฎรตามที่ผู้อำนวยการทะเบียนกลางกำหนด เพื่อประโยชน์ในการเก็บรักษาและควบคุมการ
ทะเบียนราษฎร การตรวจพิสูจน์ตัวบุคคลและประมวลผลข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎรตามหลักเกณฑ์และ
วิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง สมควรกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการจัดเก็บข้อมูลทะเบียนประวัติราษฎร
ดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้