ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
กู้เงินไนประเทส
พุทธสักราช ๒๔๘๕
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐
และวันที่ ๑๖ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๔)
อาทิตย์ทิพอาภา
ปรีดี พนมยงค์
ตราไว้ ณ วันที่ ๑๓ ตุลาคม พุทธศักราช ๒๔๘๕
เป็นปีที่ ๙ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรจัดการกู้เงินในประเทศเพื่อประโยชน์แก่ชาติ
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทน
ราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินไนประเทส พุทธสักราช ๒๔๘๕”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดการกู้เงินในประเทศเป็นจำนวนไม่เกินหกสิบล้านบาท จำแนก
เป็นสามประเภทเพื่อความประสงค์ที่ระบุต่อไปนี้
(ก) กู้ไม่เกินสิบสองล้านบาทเพื่อความประสงค์แห่งการสหกรณ์ ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “เงินกู้
เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕”
(ข) กู้ไม่เกินสิบแปดล้านบาทเพื่อความประสงค์แห่งการอุตสาหกรรม ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “
เงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕”
(ค) กู้ไม่เกินสามสิบล้านบาทเพื่อชดเชยเงินคงคลังที่ต้องจ่ายเพื่อประโยชน์แก่ชาติตามพระราช
บัญญัติงบประมาณ ซึ่งต่อไปนี้ ให้เรียกว่า “เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕”
มาตรา ๔ การกู้เงินแต่ละประเภทให้จัดโดยวิธีออกพันธบัตรเป็นคราว ๆ ตามที่ต้องการ ภายใน
กำหนดเวลาสี่ปีนับตั้งแต่วันออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทนั้น ๆ ในคราวแรก
มาตรา ๕ การกู้เงินแต่ละประเภทให้รัฐบาลชำระดอกเบี้ยในอัตราไม่เกินกว่าร้อยละ ๔.๑/๒ ต่อ
ปี
มาตรา ๖ เงินแต่ละประเภทที่ได้กู้มาให้รัฐบาลจัดการไถ่ถอนคืนภายในกำหนดเวลาต่อไปนี้
(ก) สามสิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕
(ข) สามสิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕
(ค) สิบปี สำหรับเงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕
ทั้งนี้ นับตั้งแต่วันออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทนั้น ๆ ในคราวแรก
มาตรา ๗ รายจ่ายในการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนต้นเงินกู้คืน ให้จ่ายจากเงินต่อไปนี้
(ก) เงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ และเงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒)
พุทธศักราช ๒๔๘๕ ให้จ่ายจากดอกเบี้ยและเงินส่งใช้ต้นเงินกู้ที่กระทรวงการคลังได้รับจาก
ผู้กู้เงินตามความในมาตรา ๘ หรือให้จ่ายจากเงินคงคลัง
(ข) เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ให้จ่ายจากเงินคงคลัง หรือให้จ่ายจากเงินที่ตั้งไว้ในงบ
ประมาณประจำปีเพื่อส่งใช้เงินกู้รายนี้
โดยเฉพาะเงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ จะกำหนดโดยกฎกระทรวงให้เลือกรับชำระการ
ไถ่ถอนต้นเงินกู้เป็นทองคำแทนเงินตราตามราคาที่กำหนดในกฎนั้นก็ได้ แต่การกำหนดราคานั้น ให้กำหนด
ก่อนการออกพันธบัตรในคราวแรก
มาตรา ๘ เงินแต่ละประเภทที่ได้กู้มา ให้กระทรวงการคลังมีอำนาจใช้สำหรับกิจการ ดังต่อไปนี้
(ก) เงินกู้เพื่อสหกรณ์ (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้เป็นทุนสำหรับให้สหกรณ์หรือธนาคารที่
จัดตั้งขึ้นเพื่อสหกรณ์กู้ ตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดยพระราชกฤษฎีกา
(ข) เงินกู้เพื่อการอุตสาหกรรม (ครั้งที่ ๒) พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้เป็นทุนสำหรับให้องค์การ
สาธารณะหรือผู้ประกอบการอุตสาหกรรมกู้ ตามเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดโดย
พระราชกฤษฎีกา
(ค) เงินกู้เพื่อชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๕ ใช้ชดเชยเงินคงคลังที่ต้องจ่ายตามพระราชบัญญัติงบ
ประมาณ
มาตรา ๙ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มีอำนาจ
ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ กล่าวโดยเฉพาะกฎกระทรวงอาจกำหนดข้อความดัง
ต่อไปนี้
(ก) ชนิด ชนิดราคา และลักษณะแห่งพันธบัตรเงินกู้
(ข) ราคาและวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้
(ค) วิธีการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนคืนต้นเงินกู้
(ง) วิธีการไถ่ถอนต้นเงินกู้เป็นทองคำแทนเงินตรา
(จ) ค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายที่จะให้แก่ธนาคารแห่งประเทศไทยในกรณีที่ให้ธนาคารนั้นออก
และจัดการเงินกู้ตามความในพระราชบัญญัติธนาคารแห่งประเทศไทย พุทธศักราช ๒๔๘๕
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ป. พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี