ข้อ ๑ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ ดังต่อไปนี้ เป็นการใช้น้ำประเภทที่หนึ่ง
(๑) การใช้เพื่อการดำรงชีพ การอุปโภคบริโภคในครัวเรือน ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะ
เพื่อการดื่มกินของบุคคลหรือสัตว์เลี้ยง และการทำความสะอาดร่างกายของบุคคล ที่พัก
อาศัย สัตว์เลี้ยง หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่ใช้ในการดำรงชีพหรือเพื่อสุนทรียภาพในการดำรงชีวิต
ตลอดจนการรดน้ำต้นไม้และพืชต่าง ๆ และกิจกรรมเพื่อการดำรงชีพอื่น
(๒) การใช้เพื่อการเกษตรหรือการเลี้ยงสัตว์เพื่อยังชีพ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อ
การเพาะปลูกหรือการเลี้ยงสัตว์ และกิจกรรมอื่นที่เกี่ยวข้อง เพื่อยังชีพ
(๓) การใช้เพื่อการอุตสาหกรรมในครัวเรือน ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการผลิต
หรือการบริการภายในครัวเรือน และให้หมายความรวมถึงกิจกรรมของวิสาหกิจชุมชนตาม
กฎหมายว่าด้วยการสงเสริมวิสาหกิจชุมชน และกิจการภายในชุมชนซึ่งสมาชิกชุมชนเป็น
หุ้นส่วนร่วมกัน
(๔) การใช้เพื่อการรักษาระบบนิเวศ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการผลักดันน้ำเค็ม
มิให้รุกล้ำไปยังระบบน้ำประปา หรือเพื่อการรักษาสภาพความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำ
พื้นที่ชุ่มน้ำ หรือการรักษาแหล่งอาหารของสัตว์น้ำ
(๕) การใช้เพื่อการรักษาจารีตประเพณี ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อกิจกรรมที่
ปฏิบัติสืบทอดกันมาจนเป็นขนบธรรมเนียมของชาติหรือท้องถิ่น
(๖) การใช้เพื่อการบรรเทาสาธารณภัย ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อระงับหรือ
บรรเทาสาธารณภัยตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ตลอดจน
ป้องกันภยันตรายจากภัยนั้นต่อชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของบุคคล
(๗) การใช้เพื่อการคมนาคม ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการขนส่งและการสัญจร
(๘) การใช้น้ำในปริมาณเล็กน้อย ได้แก่ การใช้ทรัพยากรน้ำสาธารณะเพื่อการประกอบกิจการ
การค้า การบริการ หรือกิจการอื่น ที่มีการใช้น้ำในปริมาณไม่เกินหนึ่งลูกบาศก์เมตรต่อวัน
การใช้น้ำบาดาลในอัตราไม่เกินสองพันลูกบาศก์เมตรต่อวันต่อบ่อ ให้ถือว่าเป็นการใช้น้ำ
ประเภทที่หนึ่ง