ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
กู้เงินช่วยชาติ
พุทธศักราช ๒๔๘๓
ในพระปรมาภิไธยสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล
คณะผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์
(ตามประกาศประธานสภาผู้แทนราษฎร
ลงวันที่ ๔ สิงหาคม พุทธศักราช ๒๔๘๐)
อาทิตย์ทิพอาภา
พล.อ. พิชเยนทรโยธิน
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๔ ธันวาคม พุทธศักราช ๒๔๘๓
เป็นปีที่ ๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
โดยที่สภาผู้แทนราษฎรลงมติว่า สมควรเปิดโอกาสให้ราษฎรช่วยชาติโดยการให้กู้เงิน
จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้แทน
ราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินช่วยชาติ พุทธศักราช ๒๔๘๓”
มาตรา ๒ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ ให้รัฐบาลมีอำนาจจัดการกู้เงินในประเทศเป็นจำนวนไม่เกิน ๑๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (
สิบล้านบาท) ภายในเวลา ๑ ปี นับแต่วันใช้พระราชบัญญัตินี้ โดยวิธีใดวิธีหนึ่งหรือทั้งสองวิธีต่อไปนี้ คือ
(ก) ขายบัตรช่วยชาติในราคาที่รัฐบาลกำหนดและรับซื้อบัตรนั้นคืนในราคาเท่ากับราคาขายบวก
ด้วยดอกเบี้ย ภายในเวลา ๑๐ ปี นับแต่วันขายบัตร
(ข) ออกพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ และชำระไถ่ถอนต้นเงินคืนภายในเวลา ๗ ปี นับแต่วันจำหน่าย
พันธบัตร
มาตรา ๔ การกู้เงินตามความในมาตรา ๓ ให้รัฐบาลชำระดอกเบี้ยในอัตราไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑
และไม่เกินร้อยละ ๓ ต่อปี
มาตรา ๕ ให้รัฐบาลมีอำนาจใช้เงินที่ได้กู้มานั้นเพื่อประโยชน์แก่ชาติตามพระราชบัญญัติงบ
ประมาณ
มาตรา ๖ รายจ่ายในการชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอนต้นเงินกู้คืน ให้จ่ายจากเงินคงคลัง หรือให้ตั้ง
เงินไว้จ่ายเป็นรายปีในงบประมาณประจำปี พุทธศักราช ๒๔๘๕ เป็นต้นไป
มาตรา ๗ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ และให้
มีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดชนิดและลักษณะแห่งบัตรช่วยชาติและพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ ราคาขาย
ราคาและเวลารับซื้อบัตรช่วยชาติคืน ชนิดราคาแห่งพันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ เวลาชำระดอกเบี้ยและไถ่ถอน
พันธบัตรเงินกู้ช่วยชาติ เงื่อนไขแห่งการโอนกรรมสิทธิ์ การผ่อนผันรับซื้อบัตรช่วยชาติที่ชำรุดคืน และค่า
ธรรมเนียมการออกใบแทน ตั้งแต่งพนักงานเจ้าหน้าที่ และกำหนดกิจการอื่น ๆ ทั้งปวงเพื่อปฏิบัติให้เป็นไป
ตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พิบูลสงคราม
นายกรัฐมนตรี