ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการรับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุด
พ.ศ. ๒๕๔๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ และมาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ.
๒๕๓๖ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๒๘ (พ.ศ. ๒๕๓๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติเงิน
ตรา พ.ศ. ๒๕๐๑
ข้อ ๒ ให้รับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุดตามมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง (๒) ได้ตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องสามารถมองเห็นลวดลายด้านหน้าหรือด้านหลังว่าเป็นเหรียญกษาปณ์และสามารถ
ทราบได้ว่าเป็นเหรียญกษาปณ์ชนิดราคาใด
(๒) ต้องไม่เจาะรูทะลุทั้งสองด้านเกินกว่า ๒ ใน ๕ ของขนาดเดิม หรือต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่า
ร้อยละ ๖๐ ของน้ำหนักเหรียญกษาปณ์
(๓) ขอบด้านนอกของเหรียญกษาปณ์ต้องไม่ถูกตัดขาดออกไปเกินกว่า ๒ ใน ๕ ของขนาดเดิม
หรือต้องมีน้ำหนักไม่น้อยกว่าร้อยละ ๖๐ ของน้ำหนักเหรียญกษาปณ์
ข้อ ๓ จำนวนเหรียญกษาปณ์ชำรุดที่นำมาแลกเปลี่ยน เมื่อได้คำนวณมูลค่าแล้วต้องสามารถ
แลกเปลี่ยนเป็นธนบัตร หรือแลกเปลี่ยนเป็นเหรียญกษาปณ์อื่นใดเป็นจำนวนเงินอย่างน้อยยี่สิบห้าสตางค์
ข้อ ๔ ผู้ประสงค์จะขอแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดตามมาตรา ๑๓ วรรคหนึ่ง (๒) และ (
๓) ให้นำเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดมาแลกเปลี่ยนโดยยื่นคำร้องตามแบบที่กรมธนารักษ์กำหนดต่อพนักงานเจ้า
หน้าที่ ณ สำนักบริหารเงินตรา กรมธนารักษ์ สำนักงานคลังจังหวัด สำนักงานคลังอำเภอ หรือสถานที่ที่
กรมธนารักษ์ประกาศกำหนด
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๖ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘
ทนง พิทยะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง
หลักเกณฑ์และวิธีการในการรับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ชำรุด เพื่อให้ทางราชการสามารถรับแลกเปลี่ยน
เหรียญกษาปณ์ชำรุดได้กว้างขวางและเป็นธรรมกับประชาชนยิ่งขึ้น รวมทั้งจะเป็นการลดขั้นตอนการ
ดำเนินการของส่วนราชการและขยายสถานที่บริการ อันเป็นการสอดคล้องกับหลักเกณฑ์และวิธีการบริหาร
กิจการบ้านเมืองที่ดี และโดยที่มาตรา ๑๓ แห่งพระราชบัญญัติเงินตรา พ.ศ. ๒๕๐๑ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดย
พระราชบัญญัติเงินตรา (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๖ บัญญัติให้รับแลกเปลี่ยนเหรียญกษาปณ์ที่ชำรุดได้ตาม
หลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้