ข้อ ๑๕ ในกรณีที่เจ้าพนักงานพบผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพ
ติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ โดยมีผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นพบว่า
บุคคลนั้นอาจเป็นผู้เสพยาเสพติด เพื่อประโยชน์ในการบำบัดรักษาผู้ติดยาเสพติดและส่งตัวผู้นั้นไปยังสถาน
พยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง เจ้าพนักงานจะให้บุคคลนั้นอยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวได้ แต่
ต้องไม่เกินยี่สิบสี่ชั่วโมงนับแต่เวลาที่ตรวจหรือทดสอบว่าบุคคลนั้นมีสารเสพติดอยู่ในร่างกายเพื่อดำเนิน
การ ดังต่อไปนี้
(๑) สอบถามและตรวจสอบ เพื่อทราบชื่อ อาชีพ ที่อยู่ ประวัติ รายได้ และพฤติการณ์อื่นของ
บุคคลตามวรรคหนึ่งว่าเป็นผู้ต้องหาหรืออยู่ในระหว่างถูกดำเนินคดีในความผิดฐานอื่นซึ่ง
เป็นความผิดที่มีโทษจำคุก อยู่ในระหว่างรับโทษจำคุกตามคำพิพากษา มีพฤติกรรมที่อาจ
ก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่นหรือสังคม มีพฤติกรรมอันตรายที่อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้อื่น
หรือสังคมที่เกิดจากโรคทางจิตและประสาท หรืออาการที่เกิดจากฤทธิ์ของยาเสพติดที่ใช้
หรือพฤติการณ์อื่นใดในลักษณะเดียวกันหรือไม่
(๒) สอบถามความสมัครใจและให้ลงนามสมัครใจหรือไม่สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา
(๓) ส่งตัวผู้นั้น ตัวอย่างปัสสาวะ บันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น และบันทึก
การตรวจสอบพฤติการณ์และสอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาไปยังสถาน
พยาบาลยาเสพติดหรือศูนย์คัดกรอง
กรณีบุคคลตามวรรคหนึ่งมีพฤติการณ์ต้องห้ามตาม (๑) หรือไม่ลงนามสมัครใจเข้ารับการบำบัด
รักษาตาม (๒) ให้เจ้าพนักงานบันทึกพฤติการณ์แห่งการดำเนินการตรวจหรือค้นผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัย
ว่าเสพยาเสพติด การยึดยาเสพติดจากผู้มีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ การตรวจหรือทดสอบหรือ
สั่งให้รับการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดในปัสสาวะ การสอบถามและตรวจสอบข้อมูล พฤติการณ์ ความ
สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา และการให้อยู่ในความดูแลเป็นการชั่วคราวของผู้มีพฤติการณ์อันควรสงสัย
ว่ากระทำความผิดฐานเสพยาเสพติดหรือมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพ แล้วแต่กรณี ส่งไปยัง
พนักงานสอบสวนเพื่อเป็นพยานหลักฐานดำเนินคดีกับบุคคลนั้นในความผิดฐานเสพยาเสพติดตาม
มาตรา ๑๖๒ หรือมาตรา ๑๖๓ หรือกระทำความผิดฐานมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดเพื่อเสพตาม
มาตรา ๑๖๔ แล้วแต่กรณี
การบันทึกผลการตรวจหรือทดสอบสารเสพติดเบื้องต้นและบันทึกการตรวจสอบพฤติการณ์และ
สอบถามความสมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษา ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการ ป.ป.ส. กำหนด
ให้สำนักงาน ป.ป.ส. เป็นหน่วยงานหลักในการบูรณาการข้อมูลสารสนเทศระหว่างหน่วยงาน
ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อประโยชน์ในการดำเนินงานของเจ้าพนักงาน