ข้อ ๕ ผู้ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีต้องส่งกากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ ของตนให้ผู้ให้บริการจัดการ
กากกัมมันตรังสีหรือหน่วยงานของรัฐจัดการ เว้นแต่เป็นกากกัมมันตรังสีที่ผู้ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสี
สามารถดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีได้เองโดยวิธีการ ดังต่อไปนี้
(๑) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๑) สามารถดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีโดยวิธีการอย่าง
หนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) การจัดเก็บกากกัมมันตรังสีไว้ในสถานที่ที่เหมาะสมตามที่ระบุไว้ในใบอนุญาต เพื่อรอ
การสลายตัวของนิวไคลด์กัมมันตรังสีจนมีระดับค่ากัมมันตภาพเป็นไปตามเกณฑ์
ปลอดภัยแต่ไม่เกินห้าปี
(ข) การบําบัดเพื่อลดปริมาตร แยกนิวไคลด์กัมมันตรังสี หรือเปลี่ยนองค์ประกอบของกาก
กัมมันตรังสี โดยวิธีการใด ๆ เช่น เผา ทำให้ระเหย หรือทำให้ตกตะกอน
(๒) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๒) และข้อ ๒ (๓) ที่ไม่ได้เกิดจากวัสดุที่ประกอบด้วยนิวไคลด์
กัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (naturally occurring radioactive material :
NORM) ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมหรือเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรม สามารถ
ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) การจัดเก็บกากกัมมันตรังสีตาม (๑) (ก)
(ข) การบําบัดตาม (๑) (ข)
(ค) การปรับสภาพกากกัมมันตรังสีให้อยู่ในสภาพที่สะดวกต่อการขนส่ง จัดเก็บ หรือกําจัด
(๓) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๒) ข้อ ๒ (๓) และข้อ ๒ (๔) ที่เกิดจากวัสดุที่ประกอบด้วยนิวไค
ลด์กัมมันตรังสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ (naturally occurring radioactive material :
NORM) ซึ่งนำมาใช้ประโยชน์ในทางอุตสาหกรรมหรือเกิดขึ้นจากอุตสาหกรรม สามารถ
ดำเนินการจัดการกากกัมมันตรังสีโดยวิธีการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้
(ก) การบําบัดตาม (๑) (ข)
(ข) การปรับสภาพตาม (๒) (ค)
(ค) การขจัดกากกัมมันตรังสีตามประเภทกากกัมมันตรังสี ดังต่อไปนี้
๑) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๒) ซึ่งไม่จำเป็นต้องมีการกักกัน (containment) และการแยก
ออก (isolation) จากเขตชีวภาคในระดับสูง ให้ใช้การขจัดกากกัมมันตรังสีโดยการฝังกลบใกล้ผิวดิน (near
surface landfill)
๒) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๓) ซึ่งต้องมีการกักกัน (containment) และการแยกออก (
isolation) จากเขตชีวภาคในระดับที่สามารถคงสภาพได้ไม่เกินสามร้อยปี ให้ใช้การขจัดกากกัมมันตรังสี
โดยการฝังใต้ผิวดินที่ระดับความลึกไม่ต่ำกว่าสามสิบเมตร
๓) กากกัมมันตรังสีตามข้อ ๒ (๔) ซึ่งต้องมีการกักกัน (containment) และการแยกออก (
isolation) จากเขตชีวภาคในระดับที่สามารถคงสภาพได้เกินกว่าสามร้อยปี ให้ใช้การขจัดกากกัมมันตรังสี
โดยการฝังใต้ผิวดินที่ระดับความลึกเกินสามสิบเมตรแต่ไม่เกินสามร้อยเมตร
การจัดเก็บกากกัมมันตรังสีเพื่อรอการสลายตัวของนิวไคลด์กัมมันตรังสีตามวรรคหนึ่ง (๑) (ก)
และ (๒) (ก) จะเปลี่ยนแปลงสถานที่จัดเก็บกากกัมมันตรังสีไม่ได้ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบจากเลขาธิการ
และเมื่อจัดเก็บกากกัมมันตรังสีจนมีระดับค่ากัมมันตภาพเป็นไปตามเกณฑ์ปลอดภัยซึ่งไม่เกินห้าปีแล้ว ให้ผู้
ก่อให้เกิดกากกัมมันตรังสีแจ้งต่อสำนักงานเพื่อปลดกากกัมมันตรังสีออกจากการควบคุม
การขจัดกากกัมมันตรังสีตามวรรคหนึ่ง (๓) นอกจากต้องดำเนินการตาม (๓) (ค) ๑) ๒) หรือ ๓)
แล้วแต่กรณีแล้ว ยังต้องดำเนินการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่เลขาธิการประกาศกำหนดด้วย
ในกรณีที่เป็นกากกัมมันตรังสีชนิดไม่ปิดผนึกที่มีลักษณะเป็นของเหลว ก๊าซ ไอ หรือฝุ่น ต้อง
ปฏิบัติตามกฎกระทรวงที่ออกตามมาตรา ๘ (๑๓) และมาตรา ๗๘ และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องด้วย