ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
โอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วน
ของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม
ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๓๕
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๓๕
เป็นปีที่ ๔๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรโอนอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบ
ประมาณของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุม
ประพฤติกลาง ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติ ทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบาง
ส่วนของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
พ.ศ. ๒๕๓๕”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้โอนบรรดาอำนาจหน้าที่ของสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม
และของเจ้าหน้าที่สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุม
ประพฤติกลาง ไปเป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม หรือของเจ้าหน้าที่กรมคุมประพฤติ
กระทรวงยุติธรรม แล้วแต่กรณี
มาตรา ๔ ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของ
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลาง ไป
เป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
อานันท์ ปันยารชุน
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีการยกฐานะ
สำนักงานคุมประพฤติกลาง ในสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม ขึ้นเป็นกรมคุมประพฤติ
กระทรวงยุติธรรม ตามพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๕ ในการนี้
สมควรโอนบรรดาอำนาจหน้าที่ กิจการ ทรัพย์สิน หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง และเงินงบประมาณของ
สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ กระทรวงยุติธรรม เฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับสำนักงานคุมประพฤติกลางไป
เป็นของกรมคุมประพฤติ กระทรวงยุติธรรม จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้