บัญชีห้าท้ายคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๙/๒๕๖๒
หลักเกณฑ์และเงื่อนไขการยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติเกี่ยวกับการ
กำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษเพื่อรองรับข้าราชการและเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐ
๑. ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้
ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๕
พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และให้มีกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษจำนวนยี่สิบอัตราใน
สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเพื่อรองรับการบรรจุและและแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนซึ่งคณะรัฐมนตรี
หรือผู้บังคับบัญชาผู้มีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนเห็น
สมควรให้ขาดจากตำแหน่งหน้าที่และอัตราเงินเดือนเดิมเพื่อย้ายหรือโอนไปแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เป็น
อัตรากำลังชั่วคราว
การโอนหรือย้ายข้าราชการมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งที่เป็นอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษ
ตามวรรคหนึ่ง ให้ดำเนินการตามขั้นตอนที่กำหนดในมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักงานปลัด
นายกรัฐมนตรีตามข้อ ๑ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้
ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจสอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๕
พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวและได้รับสิทธิ
ประโยชน์ตามเดิมต่อไป และเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นไป ให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก
ให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งบุคคลซึ่งดำรงตำแหน่งที่
เป็นอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่งและวรรคสาม
(๑) นายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งที่ปรึกษาพิเศษ ผู้ตรวจราชการพิเศษหรือผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ
(นักบริหารสูง)
(๒) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับตำแหน่งอื่นนอกจาก (๑)
ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะให้ข้าราชการพลเรือนผู้ใดดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลัง
ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษในสำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีต่อไป ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยความ
เห็นชอบของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาดำเนินการเพื่อให้ผู้นั้นกลับไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานเดิม
ให้ผู้มีรายชื่อในกลุ่มที่ ๑ กลุ่มที่ ๒ กลุ่มที่ ๓ กลุ่มที่ ๔ และกลุ่มที่ ๕ ตามคำสั่งหัวหน้าคณะ
รักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๑๖/๒๕๕๘ เรื่อง มาตรการแก้ไขปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการตรวจ
สอบและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พุทธศักราช ๒๕๕๘ และบุคคลที่มี
การประกาศรายชื่อเพิ่มเติมตามข้อ ๕ ของคำสั่งดังกล่าว ซึ่งมีอยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ระงับการ
ปฏิบัติราชการในตำแหน่งเดิมเป็นการชั่วคราวและให้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งดังกล่าวต่อไป ทั้งนี้ จนกว่า
นายกรัฐมนตรีจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น
๒. ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการปรับปรุง
ประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช ๒๕๕๙ และให้มีกรอบอัตรากำลัง
ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษจำนวนสิบอัตราในสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเพื่อรองรับการบรรจุ
และแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทวิชาการระดับเชี่ยวชาญ ประเภทอำนวยการระดับสูง หรือ
ประเภทบริหารระดับต้น หรือข้าราชการอื่นที่มิใช่ข้าราชการพลเรือนสามัญแต่ดำรงตำแหน่งเทียบเท่า
การโอนหรือย้ายมาแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษตามวรรค
หนึ่ง หรือเลื่อนขึ้นแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวในระดับที่สูงขึ้น ให้ส่วนราชการต้นสังกัดและสำนักงาน
คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีมีคำสั่งแล้วแต่กรณี
ให้ข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษใน
สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนตามข้อ ๔ ของคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๕
/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการปรับปรุงประสิทธิภาพในการปฏิบัติราชการ ลงวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ พุทธศักราช
๒๕๕๙ ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไป และเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นไป ให้
ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก
ให้เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนเป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่ง
ตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษตามวรรคหนึ่งและ
วรรคสาม
ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะให้ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้ใดดำรงตำแหน่งในกรอบอัตรากำลัง
ชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษตามข้อนี้ต่อไป ให้เลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนโดยความเห็นชอบ
ของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาดำเนินการเพื่อให้ผู้นั้นกลับไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานเดิม
๓. ให้ยกเลิกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๘/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการแก้
ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการกำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน
พุทธศักราช ๒๕๕๙ และให้มีกรอบอัตรากำลังชั่วคราวเป็นกรณีพิเศษจำนวนสิบอัตราในสำนักนายก
รัฐมนตรี เรียกชื่อตำแหน่งว่า “เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรี” เพื่อรองรับการบรรจุและแต่ง
ตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐซึ่งไม่ใช่ข้าราชการ ทั้งนี้ ไม่ว่ามีตำแหน่งหน้าที่ใดในรัฐวิสาหกิจองค์การมหาชน หรือ
หน่วยงานอื่นของรัฐซึ่งเป็นนิติบุคคลและไม่เป็นส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจโดยไม่ขาดจากอัตราเงินเดือน
ค่าจ้าง เงินอื่น และสิทธิประโยชน์เดิมที่ได้รับอยู่
ให้นายกรัฐมนตรีเป็นผู้ออกคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ของรัฐมาปฏิบัติหน้าที่ในกรอบอัตรากำลังชั่วคราว
เป็นกรณีพิเศษตามวรรคสอง
ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุและแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
ให้เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีซึ่งดำรงตำแหน่งตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษา
ความสงบแห่งชาติ ที่ ๖๘/๒๕๕๙ เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานอื่นของรัฐและการ
กำหนดกรอบอัตรากำลังชั่วคราว ลงวันที่ ๑๖ พฤศจิกายน พุทธศักราช ๒๕๕๙ อยู่ในวันก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้
บังคับ ดำรงตำแหน่งดังกล่าวต่อไปจนกว่าจะหมดระยะเวลาตามสัญญาจ้าง หรือพ้นจากตำแหน่งโดยเหตุ
อื่น และเมื่อผู้ดำรงตำแหน่งพ้นไป ให้ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก
ในกรณีที่ไม่มีเหตุจำเป็นที่จะให้เจ้าหน้าที่ของรัฐประจำสำนักนายกรัฐมนตรีผู้ใดดำรงตำแหน่งนี้
ต่อไป ให้ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของนายกรัฐมนตรีเป็นผู้พิจารณาดำเนินการเพื่อให้ผู้
นั้นกลับไปปฏิบัติงานที่หน่วยงานเดิม
๔. ให้นายกรัฐมนตรีนำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้
ดำรงตำแหน่ง หรือพ้นจากตำแหน่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง
๕. การดำเนินการทางวินัยต่อข้าราชการหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐตาม ๑. ๒. และ ๓. ให้เป็นไปตาม
กฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการ หรือกฎหมายหรือระเบียบบริหารงานบุคคลของเจ้าหน้าที่ของรัฐ แล้ว
แต่กรณี เว้นแต่ในกรณีที่กล่าวหาว่าข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูง
กระทำผิดวินัยร่วมกับข้าราชการพลเรือนสามัญในส่วนราชการอื่น หรือข้าราชการพลเรือนสามัญกระทำผิด
วินัยร่วมกับข้าราชการพลเรือนสามัญซึ่งดำรงตำแหน่งประเภทบริหารระดับสูงในส่วนราชการอื่น ให้ผู้
บังคับบัญชาซึ่งมีอำนาจสั่งบรรจุตามมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ.
๒๕๕๑ ของข้าราชการพลเรือนสามัญดังกล่าวร่วมกันแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวน
ความในวรรคหนึ่งให้ใช้บังคับกับกรณีที่ข้าราชการพลเรือนสามัญผู้นั้นถูกกล่าวหาว่ากระทำผิด
ทุจริตหรือประพฤติมิชอบอยู่ก่อนมาดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้ หรือกรณีที่ข้าราชการผู้นั้นมาดำรงตำแหน่ง
ตามคำสั่งนี้แล้ว ภายหลังถูกกล่าวหาว่าในขณะที่รับราชการในตำแหน่งเดิมได้กระทำผิดทุจริตหรือประพฤติ
มิชอบอยู่ก่อนด้วย