ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์
พ.ศ. ๒๕๕๕
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๕
เป็นปีที่ ๖๗ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศาลปกครองในภูมิภาคขึ้นในจังหวัดนครสวรรค์
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองนครสวรรค์ พ.ศ.
๒๕๕๕”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้งศาลปกครองในภูมิภาคขึ้นในจังหวัดนครสวรรค์ เรียกว่า “ศาลปกครอง
นครสวรรค์” และจะเปิดทำการเมื่อใด ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔ ให้ศาลปกครองนครสวรรค์มีเขตตลอดท้องที่จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์
จังหวัดเพชรบูรณ์ และจังหวัดอุทัยธานี
ในระหว่างที่ยังไม่ได้เปิดทำการศาลปกครองนครสวรรค์ตามประกาศที่ออกตามมาตรา ๓ ให้
ศาลปกครองกลางมีเขตอำนาจตลอดถึงเขตศาลปกครองนครสวรรค์ในท้องที่จังหวัดชัยนาท และจังหวัด
อุทัยธานีและให้ศาลปกครองพิษณุโลกมีเขตอำนาจตลอดถึงเขตศาลปกครองนครสวรรค์ในท้องที่จังหวัด
นครสวรรค์ และจังหวัดเพชรบูรณ์ด้วย
บรรดาคดีของเขตท้องที่จังหวัดที่ระบุในวรรคหนึ่ง ซึ่งค้างพิจารณาอยู่ในศาลปกครองกลางหรือ
ศาลปกครองพิษณุโลกในวันเปิดทำการศาลปกครองนครสวรรค์ตามมาตรา ๓ ให้คงพิจารณาพิพากษาใน
ศาลปกครองกลางหรือศาลปกครองพิษณุโลก แล้วแต่กรณี
มาตรา ๕ ให้ประธานศาลปกครองสูงสุดรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศาล
ปกครองในภูมิภาคขึ้นในจังหวัดนครสวรรค์ ให้มีเขตตลอดท้องที่จังหวัดชัยนาท จังหวัดนครสวรรค์ จังหวัด
เพชรบูรณ์ และจังหวัดอุทัยธานี เพื่อประโยชน์แก่ประชาชน หน่วยงานทางปกครอง และเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ในท้องที่จังหวัดดังกล่าว และโดยที่มาตรา ๑๙๘ วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติ
ว่า บรรดาศาลทั้งหลายจะตั้งขึ้นได้ก็แต่โดยพระราชบัญญัติ ประกอบกับมาตรา ๘ วรรคห้า แห่งพระราช
บัญญัติจัดตั้งศาลปกครองและวิธีพิจารณาคดีปกครอง พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่า การจัดตั้งและการกำหนด
เขตอำนาจของศาลปกครองในภูมิภาค ให้กระทำโดยพระราชบัญญัติ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้