ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“ผู้ลงทุน” หมายความว่า ผู้ประกอบกิจการในต่างประเทศซึ่งมีผู้ลงทุนหรือร่วมลงทุน ดังต่อไป
นี้
(๑) เป็นผู้มีสัญชาติไทย หรือ
(๒) เป็นนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทยซึ่งมีทุนเกินกึ่งหนึ่งของนิติบุคคลนั้นถือโดยบุคคล
ตาม (๑) หรือนิติบุคคลซึ่งมีบุคคลตาม (๑) ลงทุนมีมูลค่าเกินกึ่งหนึ่งของทุนทั้งหมดใน
นิติบุคคลนั้นและเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย ข้อบังคับ หรือข้อตกลงในการแต่งตั้ง
กรรมการส่วนใหญ่ของจำนวนกรรมการทั้งหมดหรือในการออกคะแนนเสียงข้างมาก เพื่อ
กำหนดนโยบายการดำเนินงานของนิติบุคคลนั้น
“เงินสกุลที่ใช้ได้โดยเสรี” หมายความว่า เงินสกุลสำคัญที่คณะกรรมการกำหนด
“กรมธรรม์” หมายความว่า กรมธรรม์ประกันความเสี่ยงทางการเมืองซึ่งธนาคารออกให้แก่ผู้
ลงทุนหรือธนาคารของผู้ลงทุน
“ความเสี่ยงทางการเมือง” หมายความว่า ความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจากกรณีดังต่อไปนี้
(๑) การที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนดำเนินมาตรการจำกัดการโอนเงินออกนอก
ประเทศหรือไม่อนุญาตให้เงินสกุลของตนแลกเปลี่ยนเป็นเงินสกุลที่ใช้ได้โดยเสรี หรือเงิน
สกุลอื่นที่เป็นที่ยอมรับของผู้ลงทุน ทั้งนี้ รวมถึงกรณีที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน
ไม่อนุญาตหรือไม่สามารถโอนเงินให้ตามที่ผู้ลงทุนร้องขอได้ภายในระยะเวลาตามที่คณะ
กรรมการกำหนด หรือกรณีที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนดำเนินมาตรการกีดกันผู้
ลงทุนไม่ให้แลกเปลี่ยนสกุลเงิน โดยใช้อัตราแลกเปลี่ยนที่ใช้เป็นการทั่วไปในประเทศที่ผู้
ลงทุนไปลงทุน แต่ไม่รวมถึงการลดค่าเงินการใช้อัตราแลกเปลี่ยนหลายอัตราหรือการเสื่อม
ของค่าเงิน
(๒) การกระทำหรือการละเว้นการกระทำใดทางกฎหมายหรือทางการบริหารโดยรัฐบาลของ
ประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน ซึ่งมีผลทำให้ผู้ลงทุนเสียสิทธิในการเป็นเจ้าของ การควบคุมหรือ
การได้รับผลประโยชน์เป็นจำนวนที่ทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเสียหายจากการลงทุน เช่น การ
ยึดหรืออายัด หรือริบทรัพย์สินของผู้ลงทุน เว้นแต่เป็นมาตรการเพื่อรักษาความสงบ
เรียบร้อยในสังคม มาตรการทางภาษี มาตรการเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมหรือแรงงาน หรือ
มาตรการอื่นใดที่ใช้เป็นการทั่วไปเพื่อควบคุมกิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศที่ผู้ลงทุนไป
ลงทุน
(๓) การที่รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุนปฏิเสธภาระผูกพันตามสัญญาหรือผิดสัญญากับ
ผู้ลงทุนโดย
(ก) ผู้ลงทุนไม่สามารถดำเนินการตามกระบวนการทางศาลหรือทางอนุญาโตตุลาการเพื่อ
ให้พิจารณาชี้ขาดข้อเรียกร้องอันเนื่องมาจากการไม่ยอมรับสัญญา หรือผิดสัญญาของ
รัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไปลงทุน
(ข) ศาลไม่มีคำพิพากษา หรืออนุญาโตตุลาการไม่มีคำตัดสินชี้ขาดภายในระยะเวลาอัน
สมควรตามที่คณะกรรมการกำหนด
(ค) คำพิพากษาของศาล หรือคำชี้ขาดของอนุญาโตตุลาการไม่สามารถนำไปใช้บังคับได้
(๔) การกระทำใดทางการทหาร หรือการก่อความไม่สงบในดินแดนของประเทศที่ผู้ลงทุนไป
ลงทุน เช่น การปฏิวัติ รัฐประหาร การกบฏ การจลาจล หรือเหตุการณ์ทางการเมืองอื่นใด
ซึ่งมีลักษณะคล้ายคลึงกันและอยู่นอกเหนือการควบคุมของรัฐบาลของประเทศที่ผู้ลงทุนไป
ลงทุน จนผู้ลงทุนไม่สามารถดำเนินกิจการหรือโครงการได้ตามปกติภายในระยะเวลาตามที่
คณะกรรมการกำหนด ทั้งนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวต้องเกิดขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์ทางการเมือง
เป็นหลัก