ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
การสำรวจตัวอย่างแรงงานนอกระบบ
พ.ศ. ๒๕๖๘
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ และมาตรา ๒๒ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสถิติ พ.ศ.
๒๕๕๐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุสิบปี
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ครัวเรือน” หมายความว่า ครัวเรือนของบุคคลทั่วไปซึ่งอาจประกอบด้วยบุคคลคนเดียวหรือ
หลายคนซึ่งอาศัยอยู่ในสถานที่เดียวกันหรือในบริเวณเดียวกัน ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหรือไม่เป็นเครือ
ญาติกันก็ได้
“หัวหน้าครัวเรือน” หมายความว่า สมาชิกในครัวเรือนคนใดคนหนึ่งซึ่งได้รับการยอมรับนับถือ
หรือยกย่องจากสมาชิกในครัวเรือนคนอื่นให้เป็นหัวหน้าครัวเรือน
“สมาชิกในครัวเรือน” หมายความว่า บุคคลซึ่งอาศัยอยู่ประจำในครัวเรือนในวันที่ทำการสำรวจ
ตัวอย่าง และให้หมายความรวมถึงบุคคลซึ่งเคยอยู่ประจำในครัวเรือน แต่ได้จากไปที่อื่นชั่วคราวโดยไม่มี
วัตถุประสงค์จะไปอยู่ประจำที่อื่น ทั้งนี้ บุคคลดังกล่าวอาจเป็นหรือไม่เป็นเครือญาติกันก็ได้
ข้อ ๓ ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติสำรวจตัวอย่างแรงงานนอกระบบเพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยว
กับจำนวนและลักษณะต่าง ๆ ของประชากรที่มีงานทำที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทาง
สังคม หรือไม่ได้รับความคุ้มครองจากการทำงานตามกฎหมายแรงงาน เพื่อประกอบการวางแผนและ
กำหนดนโยบายเกี่ยวกับการขยายความคุ้มครอง หรือประกันสังคมให้แก่แรงงานนอกระบบ
ข้อ ๔ เขตท้องที่ที่ทำการสำรวจตัวอย่างแรงงานนอกระบบ ได้แก่ ทุกเขตท้องที่ทั่วราช
อาณาจักร
ข้อ ๕ ให้หัวหน้าครัวเรือนหรือสมาชิกในครัวเรือนของทุกครัวเรือนที่อยู่ในเขตท้องที่ตามข้อ ๔
ซึ่งได้รับคัดเลือกเป็นครัวเรือนตัวอย่าง เป็นผู้ให้ข้อมูลแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ โดยการให้สัมภาษณ์ ตอบ
แบบสอบถามผ่านระบบเครือข่ายอิเล็กทรอนิกส์ หรือด้วยวิธีการอื่น ตามที่ผู้อำนวยการประกาศกำหนด
ข้อ ๖ ให้สำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นหน่วยงานผู้รับผิดชอบทำการสำรวจตัวอย่างแรงงานนอก
ระบบตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๖๘
ประเสริฐ จันทรรวงทอง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรสำรวจ
ตัวอย่างแรงงานนอกระบบในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร เพื่อเก็บรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนและ
ลักษณะต่าง ๆ ของประชากรที่มีงานทำที่ไม่ได้รับความคุ้มครอง หรือไม่มีหลักประกันทางสังคม หรือไม่ได้
รับความคุ้มครองจากการทำงานตามกฎหมายแรงงาน เพื่อประกอบการวางแผนและกำหนดนโยบายเกี่ยว
กับการขยายความคุ้มครอง หรือประกันสังคมให้แก่แรงงานนอกระบบ จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้