โดยที่นับแต่ได้มีการเลือกตั้งสมาชิกพฤฒสภาและสภาผู้แทน หลังจากที่ได้ประกาศใช้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ เป็นต้นมา ภาวะการเมืองภายในประเทศผันแปร
ไป ประเทศชาติได้ประสบวิกฤตกาลอย่างไม่เคยปรากฏมาแต่กาลก่อน การเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของ
ประชาราษฎรได้รับความกระทบกระเทือนและทรุดโทรมลงอย่างหนัก ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นที่
คาดหมายได้ว่า หากมิได้มีการแก้ไขสถานการณ์ให้ทันท่วงทีแล้ว ประเทศชาติจะเสื่อมโทรมเป็นลำดับอันจะ
นำมาซึ่งความหายนะในที่สุด จึงได้มีบุคคลคณะหนึ่งประกอบด้วยทหาร ตำรวจและพลเรือนพร้อมใจกัน
กระทำรัฐประหารขึ้น เพื่อให้เลิกใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๘๙ และประกาศใช้
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช ๒๔๙๐ ทั้งนี้ เหตุการณ์ได้ดำเนินไปด้วย
ความราบรื่นปราศจากการรุนแรงแต่อย่างใด และในการกระทำรัฐประหารครั้งนี้ คณะผู้ก่อการรัฐประหาร
ก็มิได้มีความปรารถนาเป็นอย่างอื่น นอกจากที่จะแก้ไขขจัดความเสื่อมโทรมอันบังเกิดแก่ประเทศชาติเพื่อ
เป็นทางบำบัดความเดือดร้อนของประชาชนและเป็นการจรรโลงประเทศชาติให้วัฒนาถาวร มิได้มุ่งที่จะ
กระทำเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือเพื่อบำเหน็จตอบแทนประการใด จึงเห็นเป็นการสมควรให้มีการนิรโทษ
กรรมแก่ผู้กระทำรัฐประหารครั้งนี้
พระมหากษัตริย์โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา จึงมีพระบรมราชโองการให้ตราพระราช
บัญญัติขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้