ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๗๗/๒๕๕๗
เรื่อง การกำหนดตำแหน่งเพิ่มและการแต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่ง
เพื่อให้การปฏิบัติงานของส่วนราชการต่าง ๆ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและเหมาะสมยิ่งขึ้น
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติจึงมีคำสั่ง ดังนี้
ข้อ ๑ ให้กำหนดตำแหน่งข้าราชการเพิ่มขึ้นในส่วนราชการ ดังนี้
(๑) ตำแหน่ง ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม (อัตราจอมพล) ในกระทรวงกลาโหม
จำนวนหนึ่งตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการทหาร ตามพระราชบัญญัติระเบียบ
ข้าราชการทหาร พ.ศ. ๒๕๒๑
(๒) ตำแหน่ง ที่ปรึกษาสำนักงานอัยการสูงสุด เป็นตำแหน่งข้าราชการอัยการชั้น ๘ เทียบเท่า
อัยการสูงสุด จำนวนหนึ่งตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการอัยการ ตามพระราช
บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓
(๓) กำหนดตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในสำนักนายกรัฐมนตรี จำนวนห้า
ตำแหน่ง โดยให้เป็นตำแหน่งข้าราชการพลเรือน ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
พลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑
ข้อ ๒ ให้ พลเอก นิพัทธ์ ทองเล็ก พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม และให้ดำรง
ตำแหน่ง ประธานคณะที่ปรึกษากระทรวงกลาโหม ตามข้อ ๑ (๑) เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๓ ให้ นายอรรถพล ใหญ่สว่าง พ้นจากตำแหน่ง อัยการสูงสุด และให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษา
สำนักงานอัยการสูงสุด ตามข้อ ๑ (๒) เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๔ ให้ นายธาริต เพ็งดิษฐ์ พ้นจากตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และให้ดำรง
ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๕ ให้ นายธงทอง จันทรางศุ พ้นจากตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี และให้ดำรง
ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๖ ให้ นายสุรชัย ศรีสารคาม พ้นจากตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการ
สื่อสาร และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๗ ให้ พันตำรวจเอก ทวี สอดส่อง พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหาร
จังหวัดชายแดนภาคใต้ และให้ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษเฉพาะราย
ข้อ ๘ ให้ นายสุวิจักขณ์ นาควัชระชัย พ้นจากตำแหน่ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้
ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง ที่ปรึกษาประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นพิเศษ
เฉพาะราย
ข้อ ๙ ให้ พลเอก สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงกลาโหม และให้
ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงกลาโหม
ข้อ ๑๐ ให้ นายตระกูล วินิจนัยภาค พ้นจากตำแหน่ง รองอัยการสูงสุด และให้ดำรงตำแหน่ง
อัยการสูงสุด
ข้อ ๑๑ ให้ หม่อมหลวงปนัดดา ดิศกุล พ้นจากตำแหน่ง รองปลัดกระทรวงมหาดไทย และให้
ดำรงตำแหน่ง ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
ข้อ ๑๒ ให้ นางเมธินี เทพมณี พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ
และการสื่อสาร และให้ดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร
ข้อ ๑๓ ให้ นายภาณุ อุทัยรัตน์ พ้นจากตำแหน่ง ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทย และให้
ดำรงตำแหน่ง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้
ข้อ ๑๔ ให้ นายจเร พันธุ์เปรื่อง พ้นจากตำแหน่ง รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร และให้ดำรง
ตำแหน่ง เลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร
ข้อ ๑๕ ให้ พลตำรวจเอก ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ พ้นจากตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ
และให้ดำรงตำแหน่งเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญ ตำแหน่ง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ
ข้อ ๑๖ ให้ข้าราชการซึ่งดำรงตำแหน่งข้างต้น ปฏิบัติหน้าที่ตามตำแหน่งตั้งแต่วันที่มีคำสั่งนี้
เป็นต้นไป
ข้อ ๑๗ ให้กระทรวงกลาโหม สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน สำนักงบประมาณ
สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร สำนักงานอัยการสูงสุด สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศูนย์อำนวยการ
บริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่วนราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการเกี่ยวกับตำแหน่งและอัตราเงินเดือน
ของข้าราชการดังกล่าวให้เรียบร้อยโดยด่วน โดยจัดให้ดำรงตำแหน่งที่ไม่ต่ำกว่าตำแหน่งที่ข้าราชการผู้นั้น
ดำรงตำแหน่งอยู่เดิม
ข้อ ๑๘ เมื่อมีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีแล้ว ให้นำความกราบบังคมทูลเพื่อทรงพระกรุณาโปรด
เกล้าฯ แต่งตั้งข้าราชการให้ดำรงตำแหน่งตามคำสั่งนี้เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
ข้อ ๑๙ เมื่อไม่มีผู้ดำรงตำแหน่งตามข้อ ๒ ข้อ ๓ ข้อ ๔ ข้อ ๕ ข้อ ๖ ข้อ ๗ และข้อ ๘ แล้ว ให้
ตำแหน่งดังกล่าวเป็นอันยกเลิก
ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๗ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๕๗
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ