ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
คำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ
ที่ ๖๐/๒๕๕๙
เรื่อง มาตรการป้องกันการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้าน
โดยที่ประเทศไทยเป็นภาคีอนุสัญญาว่าด้วยการค้าระหว่างประเทศซึ่งชนิดสัตว์ป่าและพืชป่าที่
ใกล้สูญพันธุ์ (Convention on International Trade in Endangered Species of Wild Fauna and
Flora (CITES)) จึงมีความจำเป็นต้องกำหนดมาตรการในการเร่งรัดดำเนินกิจกรรมตามแผนปฏิบัติการ
งาช้างแห่งชาติ โดยเฉพาะการป้องกัน ระงับ และปราบปรามการนำช้างป่ามาสวมสิทธิเป็นช้างบ้านให้แล้ว
เสร็จโดยเร็ว เพื่อมิให้ประเทศไทยถูกระงับการนำเข้าและส่งออกสัตว์ป่าและพืชป่าตามบัญชีอนุสัญญา
CITES อันจะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวมและความน่าเชื่อถือของประเทศได้
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๔ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว)
พุทธศักราช ๒๕๕๗ หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ โดยความเห็นชอบของคณะรักษาความสงบแห่ง
ชาติ จึงมีคำสั่ง ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในคำสั่งนี้
“ช้าง” หมายความว่า ช้างที่เป็นสัตว์พาหนะตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ และให้
หมายความรวมถึงช้างที่ได้มาจากการสืบพันธุ์ของช้างดังกล่าว
“ตั๋วรูปพรรณ” หมายความว่า ตั๋วรูปพรรณตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ
“นายทะเบียน” หมายความว่า นายทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ
ข้อ ๒ ให้เจ้าของช้างนำช้างที่อยู่ในความครอบครองทั้งที่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณแล้ว และ
ยังไม่ได้จดทะเบียนทำตั๋วรูปพรรณ ไปทำการเก็บตัวอย่างเลือดสำหรับตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ณ
ท้องที่ที่ช้างนั้นอยู่ ทั้งนี้ ตามสถานที่และระยะเวลาที่นายทะเบียนประกาศกำหนด และให้นายทะเบียน
ออกหนังสือรับรองให้แก่เจ้าของช้างเพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่าได้นำช้างมาเก็บตัวอย่างเลือดแล้ว
ให้กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช จัดส่งเจ้าหน้าที่
เพื่อดำเนินการเก็บตัวอย่างเลือดตามวรรคหนึ่ง และจัดทำเครื่องหมายประจำตัวช้างที่ยังไม่มีเครื่องหมาย
ประจำตัว
ในกรณีที่ช้างเชือกใดยังไม่มีตั๋วรูปพรรณแต่เจ้าของช้างมีหลักฐานที่ยืนยันได้ว่าช้างเชือกนั้นเป็น
ช้างที่ได้มาจากการสืบพันธุ์จากช้างที่เป็นสัตว์พาหนะ ให้นายทะเบียนดำเนินการจดทะเบียนทำตั๋วรูป
พรรณให้แก่ช้างเชือกนั้น
ข้อ ๓ ให้กรมการปกครอง กรมปศุสัตว์ และกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ดำเนิน
การเก็บตัวอย่างเลือดให้แล้วเสร็จภายในหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับและให้กรม
อุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชดำเนินการตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ของช้างให้แล้วเสร็จและ
ส่งผลการตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA) ให้กรมการปกครองนำไปบันทึกในทะเบียนตั๋วรูปพรรณช้าง
ภายในสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ
ข้อ ๔ ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ
กระทรวงมหาดไทย ร่วมกันพิจารณายกร่างกฎหมาย เพื่อกำหนดมาตรการในการคุ้มครองช้างไทย ตาม
กฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และกฎหมายว่าด้วยการ
ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ ให้เป็นระบบภายในเก้าสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้
บังคับ
ข้อ ๕ เจ้าของช้างผู้ใดไม่นำช้างมาเก็บตัวอย่างเลือดเพื่อตรวจสอบรหัสพันธุกรรม (DNA)
ภายในระยะเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่คำสั่งนี้มีผลใช้บังคับ ให้ถือว่าช้างเชือกนั้นเป็นช้างตาม
กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า และให้ตกเป็นของแผ่นดิน โดยเจ้าของหรือผู้ครอบครองช้าง
ต้องส่งมอบช้างให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งเป็น
หนังสือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ ๖ ในกรณีที่ตรวจพบว่าช้างที่นำมาขึ้นทะเบียนตั๋วรูปพรรณตามข้อ ๒ วรรคสาม ไม่ได้
สืบพันธุ์มาจากช้างตามกฎหมายว่าด้วยสัตว์พาหนะ ให้ช้างเชือกนั้นตกเป็นของแผ่นดิน และให้เจ้าของหรือ
ผู้ครอบครองช้างส่งมอบช้างให้แก่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืชภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้
รับแจ้งเป็นหนังสือจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
ข้อ ๗ ในกรณีเห็นสมควรนายกรัฐมนตรีหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องอาจเสนอให้คณะรักษา
ความสงบแห่งชาติแก้ไขเปลี่ยนแปลงคำสั่งนี้ได้
ข้อ ๘ คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
สั่ง ณ วันที่ ๒๘ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๕๙
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ