ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
ว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
พ.ศ. ๒๕๔๖
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ วรรคสี่ และมาตรา ๗๔ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษา
แห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยออกกฎ
กระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การศึกษานอกระบบให้แบ่งออกเป็นสองระดับ ดังนี้
(๑) การศึกษาขั้นพื้นฐาน แบ่งออกเป็นสามระดับ คือ
(ก) การศึกษาระดับก่อนประถมศึกษา
(ข) การศึกษาระดับประถมศึกษา
(ค) การศึกษาระดับมัธยมศึกษา แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ การศึกษาระดับมัธยมศึกษา
ตอนต้นและการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย โดยแบ่งออกเป็นประเภทสามัญ
ศึกษา และประเภทอาชีวศึกษา
(๒) การศึกษาระดับอุดมศึกษา แบ่งออกเป็นสองระดับ คือ
(ก) การศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา
(ข) การศึกษาระดับปริญญา
ข้อ ๒ การศึกษานอกระบบที่จัดเป็นหลักสูตรเฉพาะหรือหลักสูตรฝึกอบรมตามความต้องการ
ของกลุ่มเป้าหมาย และการศึกษาตามอัธยาศัย ผู้เรียนอาจนำผลการเรียน ความรู้และประสบการณ์มา
เทียบระดับการศึกษากับการศึกษาในระบบหรือการศึกษานอกระบบตามข้อ ๑ ได้
สำหรับผู้เรียนซึ่งมีอายุไม่ต่ำกว่ายี่สิบปีบริบูรณ์ มีประสบการณ์ประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งไม่
น้อยกว่าสามปี และมีพื้นความรู้ไม่ต่ำกว่าการศึกษาระดับประถมศึกษา อาจนำผลการเรียน ความรู้ และ
ประสบการณ์มาประเมินเทียบระดับการศึกษาในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐานตามข้อ ๑ (๑) (ค)
ประเภทสามัญศึกษาได้ ทั้งนี้ ในการประเมินเทียบระดับการศึกษาดังกล่าว ให้สำนักงาน กศน. และหน่วย
งานกลางทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องร่วมกันจัดทำมาตรฐานการเรียนรู้ ระดับการศึกษา และเครื่องมือวัดผล
และประเมินผล ที่ไม่ต่ำกว่ามาตรฐานการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อเสนอแนะต่อรัฐมนตรีใน
การดำเนินการตามข้อ ๓
ข้อ ๓ การเทียบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานและการศึกษาระดับอุดมศึกษาระดับต่ำกว่าปริญญา
ให้สถานศึกษาที่รัฐมนตรีกำหนด แต่งตั้งคณะกรรมการจำนวนไม่เกินห้าคน ทั้งนี้ ต้องเป็นผู้มีความรู้และ
ประสบการณ์ในสาขาวิชาของการศึกษาระดับนั้นจำนวนไม่น้อยกว่าสามคนและผู้มีความรู้และ
ประสบการณ์ด้านการวัดผลและประเมินผลจำนวนหนึ่งคน ดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาตาม
ระเบียบที่รัฐมนตรีกำหนด ทั้งนี้ โดยพิจารณาจากจุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการ
ศึกษา การวัดผลและการประเมินผล และเกณฑ์การจบหลักสูตรนั้น
ให้คณะกรรมการตามวรรคหนึ่งเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และให้หัวหน้า
สถานศึกษาตามวรรคหนึ่งแต่งตั้งเจ้าหน้าที่ของสถานศึกษานั้นจำนวนหนึ่งคนเป็นเลขานุการ
ข้อ ๔ กรรมการตามข้อ ๓ อยู่ในตำแหน่งคราวละสี่ปี กรรมการซึ่งพ้นจากตำแหน่งอาจได้รับ
แต่งตั้งอีกได้
ในกรณีที่กรรมการดำรงตำแหน่งครบตามวาระแล้ว แต่ยังมิได้มีการแต่งตั้งกรรมการขึ้นใหม่ ให้
กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระปฏิบัติหน้าที่ไปพลางก่อน จนกว่ากรรมการที่ได้รับแต่งตั้งใหม่จะเข้า
รับหน้าที่
ข้อ ๕ นอกจากการพ้นจากตำแหน่งตามวาระตามข้อ ๖ กรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑) ตาย
(๒) ลาออก
(๓) เป็นบุคคลล้มละลาย
(๔) เป็นคนไร้ความสามารถหรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๕) ได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่ได้กระทำ
โดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
ในกรณีที่กรรมการพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระ สถานศึกษาที่รัฐมนตรีกำหนดอาจแต่งตั้ง
กรรมการแทนตำแหน่งที่ว่างได้ และให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการ
ซึ่งตนแทน
ในกรณีที่มีการแต่งตั้งกรรมการเพิ่มขึ้นในระหว่างที่กรรมการซึ่งแต่งตั้งไว้แล้วยังมีวาระอยู่ใน
ตำแหน่ง ให้ผู้ที่ได้รับแต่งตั้งให้เป็นกรรมการเพิ่มขึ้นอยู่ในตำแหน่งเท่ากับวาระที่เหลืออยู่ของกรรมการที่ได้
รับแต่งตั้งไว้แล้ว
ข้อ ๖ การประชุมของคณะกรรมการให้เป็นไปตามข้อบังคับที่คณะกรรมการกำหนด
ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษาคณะหนึ่ง ประกอบด้วย ผู้ทรง
คุณวุฒิในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งจำนวนสามคน และผู้ทรงคุณวุฒิ
ในสาขาวิชาต่าง ๆ ซึ่งรัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัยแต่งตั้งจำนวนเจ็ดคน เป็นกรรมการ
ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการ และให้ผู้อำนวยการสำนัก
มาตรฐานอุดมศึกษา ทบวงมหาวิทยาลัย เป็นกรรมการและเลขานุการ
ข้อ ๘ วาระการดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง และการประชุมของคณะกรรมการเทียบ
ระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา ให้นำข้อ ๔ ข้อ ๕ และ ข้อ ๖ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษามีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้
(๑) ออกระเบียบ กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการเทียบระดับการศึกษา ทั้งนี้ โดยพิจารณาจาก
จุดมุ่งหมาย วิธีการศึกษา หลักสูตร ระยะเวลาของการศึกษา การวัดผลและประเมินผล
และเกณฑ์การจบหลักสูตรนั้น
(๒) พิจารณาดำเนินการประเมินเทียบระดับการศึกษาระดับอุดมศึกษา
(๓) ตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่
คณะกรรมการมอบหมาย
(๔) ดำเนินการอื่นใดตามที่รัฐมนตรีมอบหมาย
ข้อ ๑๐ การศึกษานอกระบบที่มีระดับเดียวกันกับการศึกษาในระบบให้ถือว่ามีมาตรฐานการ
ศึกษาเท่าเทียมกัน
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๖
ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
ปองพล อดิเรกสาร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รักษาราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการทบวงมหาวิทยาลัย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๑๖ วรรคสี่ แห่ง
พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ บัญญัติว่า การแบ่งระดับหรือการเทียบระดับการศึกษา
นอกระบบ หรือการศึกษาตามอัธยาศัย ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎ
กระทรวงนี้
กฎกระทรวงว่าด้วยการแบ่งระดับและการเทียบระดับการศึกษานอกระบบ และการศึกษาตามอัธยาศัย
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๖
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่นโยบายด้านการจัดการ
ศึกษาของรัฐบาลปัจจุบันได้มุ่งเน้นให้มีการสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่ประชาชนทุกกลุ่ม เพื่อให้เป็นไป
ตามหลักการจัดการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาแห่งชาติ ผู้เรียนอาจนำผลการเรียน ความรู้ และ
ประสบการณ์มาเทียบระดับการศึกษานอกระบบให้สามารถเทียบได้ในระดับสูงสุดของการศึกษาขั้นพื้นฐาน
ประเภทสามัญศึกษา โดยคำนึงถึงความสำคัญของทักษะ ความรู้ และประสบการณ์ของประชาชนเป็น
สำคัญ สมควรแก้ไขให้สอดคล้องกับนโยบายและหลักการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้