ข้อ ๙ ให้คณะกรรมการพิจารณากำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ตาม
หลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) นำราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของที่ดินตามข้อ ๕ และราคาประเมินที่ดินตาม
ข้อ ๖ มาพิจารณาหาราคาโดยเฉลี่ยของที่ดิน และให้ถือเอาราคาโดยเฉลี่ยดังกล่าวเป็นฐาน
ในการกำหนดราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ เว้นแต่ราคาโดยเฉลี่ยดัง
กล่าวต่ำกว่าราคาที่ซื้อขายกันตามปกติ ให้ใช้ราคาที่ซื้อขายกันตามปกติในท้องตลาดของ
ที่ดินเป็นฐานในการพิจารณาราคาที่ดินที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
(๒) นำขนาด ที่ตั้ง สภาพและลักษณะการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และสภาพการใช้ที่ดินในบริเวณ
ใกล้เคียงกับที่ดินตามข้อ ๗ มาพิจารณากำหนดราคาที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของที่ดินที่ตกอยู่
ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์
(๓) ในกรณีที่มีเหตุอันจะต้องเพิ่มราคาที่ดิน เพราะสภาพและลักษณะของภาระอันพึงมีขึ้นแก่
ที่ดินตามข้อ ๘ และผลประโยชน์หรือความเสียหายที่เจ้าของที่ดินได้รับจากการดำเนินการ
ตามวัตถุประสงค์ของการเข้าใช้ที่ดินในขณะนั้นตามข้อ ๔ (๖) ให้เพิ่มขึ้นได้อีกไม่เกินร้อยละ
สิบของราคาตาม (๒)
ในกรณีที่ดินแปลงเดียวกันมีทั้งส่วนที่จะต้องเวนคืนตามกฎหมายว่าด้วยการเวนคืนและการได้
มาซึ่งอสังหาริมทรัพย์ และส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ หากมีการกำหนดเงินค่าทดแทน
สำหรับที่ดินส่วนที่จะต้องเวนคืนแล้ว ให้คณะกรรมการนำการกำหนดเงินค่าทดแทนดังกล่าวมาประกอบ
การพิจารณากำหนดราคาที่ดินส่วนที่ตกอยู่ภายใต้ภาระในอสังหาริมทรัพย์ด้วย
ในการพิจารณาตามวรรคสอง ถ้าเป็นที่ดินหลายแปลงและเป็นของเจ้าของเดียวกันหรือเป็นของ
สามีหรือภริยาอยู่ชิดติดเป็นผืนเดียวกัน ให้ถือเสมือนเป็นที่ดินแปลงเดียวกัน