ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
กู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศ
เพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ
พ.ศ. ๒๕๐๖
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๐๖
เป็นปีที่ ๑๘ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรกู้เงินเพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
ร่างรัฐธรรมนูญในฐานะรัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการ
บูรณะและวิวัฒนาการ พ.ศ. ๒๕๐๖”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังมีอำนาจกู้เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อ
การบูรณะและวิวัฒนาการตามมาตรา ๕ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการ
เงินและธนาคารระหว่างประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการ
เกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ เพื่อใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อ
การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ภายในกำหนดเวลาไม่เกินวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๐ เป็นมูลค่าไม่
เกินห้าพันล้านบาท จะเป็นเงินตราต่างประเทศสกุลหนึ่งหรือหลายสกุลก็ได้
ในกรณีกู้เงินตราต่างประเทศสกุลดอลลาร์สหรัฐอเมริกาให้คำนวณอัตราหนึ่งดอลลาร์ต่อยี่สิบ
บาท ถ้าเป็นเงินตราสกุลอื่นให้คำนวณโดยเทียบจากค่าเสมอภาคของเงินตราสกุลนั้น
การกู้เงินแต่ละคราวให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา ๔ อัตราดอกเบี้ยในการกู้เงินให้กำหนดไม่เกินร้อยละหกต่อปี
มาตรา ๕ เวลาชำระต้นเงินกู้คืนให้กำหนดไม่เกินสามสิบปีนับแต่วันทำสัญญากู้
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
จอมพล ส. ธนะรัชต์
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีโครงการขอกู้
เงินจากธนาคารระหว่างประเทศเพื่อการบูรณะและวิวัฒนาการ มาใช้จ่ายในการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจ
ของประเทศ แต่ตามพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและธนาคารระหว่าง
ประเทศ พ.ศ. ๒๔๙๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติให้อำนาจปฏิบัติการเกี่ยวกับกองทุนการเงินและ
ธนาคารระหว่างประเทศ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๔๙๘ ได้ให้อำนาจรัฐบาลถือประโยชน์จากสมาชิกภาพทำการ
กู้เงินและค้ำประกันการกู้เงินขององค์การของรัฐบาลจากธนาคารระหว่างประเทศได้ และได้ระบุไว้ว่าการกู้
เงินดังกล่าวจะเป็นผลสมบูรณ์ต่อเมื่อได้ตราขึ้นเป็นพระราชบัญญัติ ฉะนั้น จึงสมควรตราพระราชบัญญัติ
ฉบับนี้ขึ้น