ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๐๙)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง
พุทธศักราช ๒๔๘๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๔ แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช
๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๗ และมาตรา ๔๒
แห่งพระราชบัญญัติการชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่ง
ชาติออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔ (พ.ศ. ๒๔๙๐) ออกตามความในพระราชบัญญัติการ
ชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕
ข้อ ๒ ผู้ใดมีความจำเป็นจะต้องเดินเรือยนต์หรือเรือกลไฟในทางน้ำชลประทานประเภท ๑ ให้
ยื่นคำขอรับหนังสืออนุญาตตามแบบ ผ.ย.๖ ท้ายกฎกระทรวงนี้ต่อเจ้าพนักงาน ณ ที่ทำการแผนกโครงการ
ชลประทานหลวงในเขตที่เรือจะเดินหรือต่อเจ้าพนักงานซึ่งได้แต่งตั้งขึ้นเพื่อการออกหนังสืออนุญาต
ข้อ ๓ เจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะอนุญาตตามคำขอในข้อ ๒ หรือไม่ก็ได้ หรือจะอนุญาตโดยมี
เงื่อนไข เพื่อมิให้เกิดการเสียหายแก่ทางน้ำชลประทานก็ได้
ข้อ ๔ หนังสืออนุญาตให้เดินเรือยนต์หรือเรือกลไฟในทางน้ำชลประทานประเภท ๑ ให้ใช้แบบ
ผ.ย.๗ ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๕ ห้ามผู้ควบคุมเรือยนต์หรือเรือกลไฟที่ได้รับในอนุญาตให้เดินรับจ้างขนส่งคนโดยสารหรือ
สินค้าในทางน้ำชลประทานประเภท ๒ จอดรับหรือส่งคนโดยสารหรือสินค้า ณ ที่ใด ๆ ที่ไม่มีท่าสำหรับขึ้น
ลงทอดห่างจากตลิ่ง
ข้อ ๖ ห้ามผู้ควบคุมเรือยนต์หรือเรือกลไฟที่มีขนาดกว้างเกินกว่า ๑.๕๐ เมตร เดินเรือในทางน้ำ
ชลประทานประเภท ๒ เร็วกว่าชั่วโมงละ ๘ กิโลเมตร และผู้ควบคุมเรือยนต์หรือเรือกลไฟไม่ว่าจะมีขนาด
กว้างเท่าใดต้องระวังมิให้คลื่นซึ่งเกิดจากเรือนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินใด ๆ
การลากจูงเรือโดยปกติต้องลากจูงเรียงลำ แต่ถ้าจะลากจูงเรือซ้อนลำกัน หรือลากจูงแพ เรือที่
ถูกลากจูงแต่ละตับหรือแพที่ถูกลากจูงนั้นต้องมีความกว้างไม่เกิน ๔ เมตร และทุกกรณีความยาวของพวง
นับจากท้ายเรือที่ลากจูงถึงท้ายสุดของพวงต้องไม่เกินกำหนดตามตารางท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๗ ห้ามใช้ถ่อ แจว หรือสิ่งหนึ่งสิ่งใดค้ำยัน หรือดึงบานประตูน้ำ หรือสิ่งก่อสร้างอันเกี่ยวเนื่อง
กับประตูน้ำ
ข้อ ๘ ผู้ควบคุมเรือที่ผ่านเข้าออกประตูน้ำจะต้องทำการผ่านทีละลำ ห้ามแซงกัน เว้นแต่เรือที่มี
ขนาดกว้างไม่เกิน ๑.๕๐ เมตร และห้ามลากจูงเรือลำอื่น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากเจ้า
พนักงาน
ผู้ควบคุมเรือยนต์หรือเรือกลไฟในระยะ ๑๐๐ เมตร ก่อนถึงหรือเลยบานประตูน้ำ ต้องเดินเรือ
ให้ช้าที่สุด และต้องระวังมิให้คลื่นซึ่งเกิดจากเรือนั้นก่อให้เกิดอันตรายแก่ทรัพย์สินใด ๆ
ข้อ ๙ ผู้ควบคุมเรือหรือแพในการผ่านประตูน้ำ จะต้องปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานในการ
จอดและการเคลื่อนที่ในเขตประตูน้ำ
ข้อ ๑๐ ในทางน้ำชลประทานประเภท ๑ และประเภท ๒ เครื่องมือและวิธีการจับสัตว์น้ำดังต่อ
ไปนี้ จะใช้มิได้ คือ
๑๐.๑ ปักซั้ง ตั้งสุก ตั้งกะบัง ตั้งจิบ ตั้งลี่ เทียบหญ้ากล่ำ ใช้เฝือกหรืออวนชนิดต่าง ๆ
๑๐.๒ ใช้ยอขันช่อ หรือเครื่องมือจับสัตว์น้ำประจำที่ชนิดอื่น ซึ่งยื่นหรือล้ำจากแนวตลิ่งเกินกว่า
๑ ใน ๔ ของความกว้างของทางน้ำส่วนนั้น
๑๐.๓ ใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำเคลื่อนที่ เช่น แห สวิง ช้อน สุ่ม ยอ โดยรวมหมู่ หรือโดยวิธีประดา
ตั้งแต่ ๒ เครื่องมือขึ้นไป
ข้อ ๑๑ ให้กำหนดเขตห้ามจับสัตว์น้ำในทางน้ำชลประทานประเภท ๑ ประเภท ๒ และประเภท
๔ ไว้ ดังต่อไปนี้
๑๑.๑ ตามทางน้ำวัดจากเขื่อนระบายหรือทำนบแต่ละด้าน ๑,๐๐๐ เมตร
๑๑.๒ ตามทางน้ำวัดจากประตูน้ำ ฝาย ประตูระบาย ท่อเชื่อม หรือปูมแต่ละด้าน ๓๐๐ เมตร
๑๑.๓ ตามทางน้ำวัดจากท่อน้ำแต่ละด้าน ๑๐๐ เมตร
ให้กรมชลประทานปักป้ายประกาศห้ามจับสัตว์น้ำไว้แต่ละแห่ง และจะกำหนดเขตห้ามจับสัตว์
น้ำตามป้ายนั้นน้อยกว่าที่กำหนดไว้ใน ๑๑.๑ ๑๑.๒ หรือ ๑๑.๓ ก็ได้
ข้อ ๑๒ อธิบดีอาจอนุญาตเป็นหนังสือให้ทำการจับสัตว์น้ำเพื่อประโยชน์ในการบำรุงพันธุ์สัตว์
น้ำหรือการวิจัยทางวิชาการในเขตห้ามจับสัตว์น้ำได้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน ๒๕๐๙
พจน์ สารสิน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาการแห่งชาติ
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ ตามพระราชบัญญัติการ
ชลประทานหลวง พุทธศักราช ๒๔๘๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการประทานทานหลวง (ฉบับที่
๓) พ.ศ. ๒๕๐๗ ให้รัฐมนตรีมีอำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อกำหนดเงื่อนไขการใช้เรือ แพ ในทางน้ำ
ชลประทานประเภท ๑ และประเภท ๒ วางระเบียบการขอและการอนุญาตเดินเรือยนต์ หรือเรือกลไฟ ใน
ทางชลประทานประเภท ๑ และกำหนดเครื่องมือและวิธีที่จะใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนกำหนดเขตหวง
ห้ามจับสัตว์น้ำในทางน้ำชลประทาน เพื่อป้องกันความเสียหายแก่การชลประทาน จึงเห็นสมควรออกกฎ
กระทรวงขึ้น เพื่อให้เป็นไปตามพระราชบัญญัติที่แก้ไขเพิ่มเติม