ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
จัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๒๐
เป็นปีที่ ๓๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีขึ้นในกรุงเทพมหานคร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
ปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรี
พ.ศ. ๒๕๒๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้จัดตั้ง
(๑) ศาลแพ่งขึ้นในกรุงเทพมหานครเรียกว่า “ศาลแพ่งธนบุรี”
(๒) ศาลอาญาขึ้นในกรุงเทพมหานครเรียกว่า “ศาลอาญาธนบุรี”
ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีจะจัดตั้งในเขตใดของกรุงเทพมหานครและจะเปิดทำการ
เมื่อใด ให้ประกาศโดยพระราชกฤษฎีกา
มาตรา ๔ ศาลแพ่งธนบุรีและศาลอาญาธนบุรีมีเขตตลอดท้องที่การปกครองของเขตคลองสาน
เขตตลิ่งชัน เขตธนบุรี เขตบางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางขุนเทียน เขตภาษีเจริญ เขต
ราษฎร์บูรณะ และเขตหนองแขม
มาตรา ๕ บรรดาคดีของเขตท้องที่การปกครองของเขตคลองสาน เขตตลิ่งชัน เขตธนบุรี เขต
บางกอกน้อย เขตบางกอกใหญ่ เขตบางขุนเทียน เขตภาษีเจริญ เขตราษฎร์บูรณะ และเขตหนองแขม ซึ่ง
ค้างพิจารณาอยู่ในศาลแพ่งหรือศาลอาญาในวันเปิดทำการศาลแพ่งธนบุรีหรือศาลอาญาธนบุรีตาม
มาตรา ๓ ให้คงพิจารณาพิพากษาในศาลแพ่งหรือศาลอาญา แล้วแต่กรณี
มาตรา ๖ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ธานินทร์ กรัยวิเชียร นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประชาชนใน
กรุงเทพมหานครมีจำนวนมากขึ้น และมีคดีความมาสู่การพิจารณาพิพากษาของศาลแพ่งและศาลอาญา
เพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก แต่ห้องพิจารณาของศาลแพ่งและศาลอาญามีอยู่จำกัด ไม่เพียงพอกับจำนวนคดี
ที่มาสู่ศาล ประกอบกับการคมนาคมในกรุงเทพมหานครไม่สู้จะคล่องตัว ทำให้ประชาชนผู้มีอรรถคดีและผู้
เกี่ยวข้องไม่ได้รับความสะดวกและรวดเร็วในการเดินทางไปติดต่อกับศาล สมควรจัดตั้งศาลแพ่งธนบุรีและ
ศาลอาญาธนบุรีเพิ่มขึ้น เพื่อพิจารณาพิพากษาคดีที่เกิดขึ้นในเขตจังหวัดธนบุรีเดิม จึงจำเป็นต้องตราพระ
ราชบัญญัตินี้ขึ้น