ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
เครื่องแบบและบัตรประจำตัว
เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๓๐
ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันที่ ๓๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๓๐
เป็นปีที่ ๔๒ ในรัชกาลปัจจุบัน
พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
กรุงเทพมหานคร
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของรัฐสภา
ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติเครื่องแบบและบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่
กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๓๐”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ให้ยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องแบบสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖
บรรดาบทกฎหมาย กฎ และข้อบังคับอื่นในส่วนที่มีบัญญัติไว้แล้วในพระราชบัญญัตินี้ หรือซึ่ง
ขัด หรือแย้งกับบทแห่งพระราชบัญญัตินี้ ให้ใช้พระราชบัญญัตินี้แทน
มาตรา ๔ ในพระราชบัญญัตินี้
“เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร” หมายความว่า ประธานสภากรุงเทพมหานค รองประธานสภา
กรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานค รองผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร ประธานสภาเขต รองประธานสภาเขต สมาชิกสภาเขต เลขานุการประธานสภา
กรุงเทพมหานคร เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้
ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานที่ปรึกษา และที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการ
กรุงเทพมหานคร
“เครื่องแบบ” หมายความว่า เครื่องแต่งกายทั้งหลายรวมทั้งเครื่องหมายต่าง ๆ ตลอดจนสิ่ง
ประกอบเครื่องแต่งกายอย่างอื่นที่ได้กำหนดให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครแต่ง
“บัตรประจำตัว” หมายความว่า บัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร
มาตรา ๕ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบ และระเบียบในการแต่งเครื่องแบบแต่ละ
ประเภท ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๖ ให้เจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครมีบัตรประจำตัว
มาตรา ๗ ผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัว คือ
(๑) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย สำหรับตำแหน่งประธานสภากรุงเทพมหานคร รอง
ประธานสภากรุงเทพมหานคร สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
และรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร
(๒) ประธานสภากรุงเทพมหานคร สำหรับตำแหน่งประธานสภาเขต รองประธานสภาเขต
สมาชิกสภาเขต เลขานุการประธานสภากรุงเทพมหานคร และเลขานุการรองประธานสภา
กรุงเทพมหานคร
(๓) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สำหรับตำแหน่งเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ผู้
ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานที่ปรึกษา และที่ปรึกษาของผู้ว่า
ราชการกรุงเทพมหานคร
มาตรา ๘ การขอและการออกบัตรประจำตัว ให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
มาตรา ๙ บัตรประจำตัวให้ใช้ได้ตลอดไปจนกว่าจะพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๑๐ ถ้าเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครที่ได้รับบัตรประจำตัวตามพระราชบัญญัตินี้พ้นจาก
ตำแหน่ง ให้เป็นอันหมดสิทธิที่จะใช้บัตรประจำตัวนั้นต่อไป และให้ผู้นั้นส่งมอบบัตรประจำตัวคืนให้แก่ผู้
ออกบัตรโดยยื่นต่อปลัดกรุงเทพมหานครภายในสามสิบวันนับแต่วันพ้นจากตำแหน่ง
มาตรา ๑๑ ผู้ใดไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบตามพระราชบัญญัตินี้ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่ง
เครื่องแบบนั้นเพื่อจะให้ผู้อื่นเชื่อว่าตนเป็นเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานคร ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี
หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๒ ผู้ใดใช้ หรือแสดงบัตรประจำตัว ซึ่งตนไม่มีสิทธิที่จะใช้ตามกฎหมาย ต้องระวาง
โทษจำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินหกพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
มาตรา ๑๓ บรรดาบัตรประจำตัวที่ได้ออกก่อนวันที่พระราชบัญญัตินี้ใช้บังคับให้คงใช้ได้ต่อไป
และให้นำความในมาตรา ๙ มาใช้บังคับโดยอนุโลม
มาตรา ๑๔ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้ และให้มี
อำนาจออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้
กฎกระทรวงนั้น เมื่อได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว ให้ใช้บังคับได้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ป. ติณสูลานนท์ นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ เนื่องจากในปัจจุบันพระราช
บัญญัติเครื่องแบบสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๑๖ ไม่เหมาะสมกับกาลสมัยและไม่มีกฎหมายว่า
ด้วยบัตรประจำตัวที่ใช้บังคับกับประธานสภากรุงเทพมหานคร รองประธานสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่า
ราชการกรุงเทพมหานคร รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานสภาเขต รองประธานสภาเขต สมาชิก
สภาเขต เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการรองประธานสภากรุงเทพมหานคร เลขานุการผู้ว่า
ราชการกรุงเทพมหานคร ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประธานที่ปรึกษา และที่ปรึกษา
ของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมควรยกเลิกพระราชบัญญัติเครื่องแบบสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร
พ.ศ. ๒๕๑๖ และมีกฎหมายว่าด้วยบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่กรุงเทพมหานครเพิ่มขึ้น จึงสมควรให้มี
กฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบและบัตรประจำสำหรับผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราช
บัญญัตินี้