ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ในราชกิจจานุ
เบกษาแล้วเมื่อวันที่ ๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๘ โดยให้มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วัน
ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป กล่าวคือ ตั้งแต่วันที่ ๔ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๕๙ เป็นต้นไป ด้วยเหตุที่
ต้องเตรียมการต่าง ๆ อันพึงต้องกระทำเพื่อให้การใช้บังคับกฎหมายแก่พนักงานรักษาความปลอดภัย
จำนวนหลายแสนคน และบริษัทรักษาความปลอดภัยจำนวนหลายพันแห่ง เป็นไปด้วยความเรียบร้อยนั้น
เนื่องจากการตราอนุบัญญัติและการกำหนดมาตรการรองรับตามที่กฎหมายบัญญัติยังคงมีปัญหาขัดข้อง
ทำให้มีผู้ได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้กฎหมายดังกล่าวเป็นจำนวนมาก เพราะเหตุแห่งคุณสมบัติและ
ลักษณะต้องห้ามของพนักงานรักษาความปลอดภัยทั้งที่ประกอบอาชีพนี้อยู่แต่เดิมและที่จะเข้าสู่อาชีพนี้ใน
อนาคต แม้มีบทเฉพาะกาลยกเว้นหรือผ่อนผันไว้ให้แล้วในบางเรื่อง และหน่วยงานราชการต่าง ๆ ก็ให้ความ
ช่วยเหลือในการแก้ไขข้อขัดข้องต่าง ๆ แต่ผลกระทบต่อความรับรู้ความเข้าใจและการปรับตัวให้เข้ากับกฎ
เกณฑ์ใหม่ยังคง มีอยู่ นอกจากนั้น ผู้ตรวจการแผ่นดินยังได้ให้ข้อสังเกตและคำแนะนำมาหลายประการ
คณะรักษาความสงบแห่งชาติและรัฐบาลจึงได้เชิญผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายมาหารือแล้วมีความเห็นร่วมกันว่า แม้
เจตนารมณ์ของกฎหมายดังกล่าว ซึ่งมุ่งจัดระเบียบธุรกิจรักษาความปลอดภัยให้ผู้ประกอบอาชีพนี้มีความ
พร้อมทั้งทางสมรรถนะ วุฒิภาวะ และทัศนคติ จะเป็นเรื่องที่ดีเพื่อให้สมกับที่ได้รับความไว้วางใจให้ดูแล
รักษาความปลอดภัยในชีวิต ร่างกาย และทรัพย์สินของผู้อื่น แต่จากเหตุขัดข้องในด้านความพร้อม การรับรู้
และความเข้าใจของผู้ประกอบธุรกิจรักษาความปลอดภัยและพนักงานรักษาความปลอดภัย รวมทั้งบุคคลที่
เกี่ยวข้อง อาจมีผลให้การใช้บังคับกฎหมายกระทบต่อความสงบเรียบร้อยและประโยชน์สาธารณะได้ จึง
จำเป็นต้องแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติธุรกิจรักษาความปลอดภัย พ.ศ. ๒๕๕๘ ในบางประการ