มาตรา ๑๘ ให้มีคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งจำนวนสิบห้าคน ทำหน้าที่คัดเลือกบุคคลที่
สมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นกรรมการนโยบาย ประกอบด้วย
(๑) ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
(๒) นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย
(๓) นายกสมาพันธ์สมาคมวิชาชีพวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์
(๔) ประธานสภาสถาบันนักวิชาการด้านสื่อสารมวลชนแห่งประเทศไทย
(๕) ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน
(๖) ประธานสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค
(๗) ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนในพระบรมราชูปถัมภ์
(๘) ประธานสภาคนพิการทุกประเภทแห่งประเทศไทย
(๙) นายกสภาทนายความ
(๑๐) ประธานสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย
(๑๑) ผู้จัดการกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ
(๑๒) ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี
(๑๓) ปลัดกระทรวงการคลัง
(๑๔) ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม
(๑๕) ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ในกรณีที่ผู้ดำรงตำแหน่งตาม (๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) (๘) (๙) หรือ (๑๐) ไม่สามารถเข้า
ประชุมได้ ผู้ที่เข้าประชุมแทนต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมของสภา คณะกรรมการ หรือ
สถาบันขององค์การนั้นให้เข้าประชุมแทน
ในกรณีที่ไม่มีกรรมการสรรหาครบตามที่กำหนดตามวรรคหนึ่ง หรือมีแต่ไม่สามารถปฏิบัติ
หน้าที่ได้ภายในเวลาสามสิบวันนับแต่เมื่อมีเหตุให้ทำการสรรหา ให้คณะกรรมการสรรหาประกอบด้วย
กรรมการสรรหาที่เหลืออยู่ แต่ต้องไม่น้อยกว่าสิบคน
กรรมการสรรหาไม่มีสิทธิได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการนโยบาย
ให้คณะกรรมการสรรหาเลือกกรรมการสรรหาคนหนึ่งเป็นประธานกรรมการสรรหา และเลือก
กรรมการสรรหาอีกคนหนึ่งเป็นเลขานุการกรรมการสรรหา
หลักเกณฑ์และวิธีการสรรหา ให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการสรรหากำหนด ทั้งนี้ ต้องคำนึงถึง
ความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการสรรหา
ให้องค์การทำหน้าที่เป็นหน่วยงานธุรการในการดำเนินการสรรหา