ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
การวางหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงและตลาดแบบตรง
พ.ศ. ๒๕๖๑
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง
พ.ศ. ๒๕๔๕ และมาตรา ๓๘/๕ แห่งพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่ม
เติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ นายกรัฐมนตรีออกกฎ
กระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“รายได้” หมายความว่า รายได้ก่อนหักรายจ่ายจากการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบ
ตรง แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒ กรณีที่การยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงเป็นไปตาม
มาตรา ๓๘ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๓๙ และผู้ยื่นคำขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตาม
มาตรา ๓๘/๑ มาตรา ๓๘/๓ หรือมาตรา ๓๘/๔ ให้นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอนำหลักประกัน
มาวางตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง
เมื่อพ้นกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่งแล้ว หากผู้ยื่นคำขอมิได้นำหลักประกันมาวาง ให้นาย
ทะเบียนมีคำสั่งไม่รับจดทะเบียนและจำหน่ายคำขอนั้น
ข้อ ๓ วงเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจขายตรงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอรายใหม่ ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(๒) ผู้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงแล้ว
(ก) กรณีมีรายได้ไม่เกินยี่สิบห้าล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่น
ห้าพันบาท
(ข) กรณีมีรายได้เกินยี่สิบห้าล้านบาท แต่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกัน
เป็นเงินจำนวนห้าหมื่นบาท
(ค) กรณีมีรายได้เกินห้าสิบล้านบาท แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกัน
เป็นเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท
(ง) กรณีมีรายได้เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองแสน
บาท
ข้อ ๔ วงเงินหลักประกันการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ยื่นคำขอรายใหม่
(ก) กรณีบุคคลธรรมดา ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนห้าพันบาท
(ข) กรณีห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(๒) ผู้จดทะเบียนการประกอบธุรกิจตลาดแบบตรงแล้ว
(ก) กรณีมีรายได้ไม่เกินยี่สิบห้าล้านบาทต่อปี ถ้าเป็นบุคคลธรรมดา ต้องวางหลักประกัน
เป็นเงินจำนวนห้าพันบาท ถ้าเป็นห้างหุ้นส่วนหรือบริษัท ต้องวางหลักประกันเป็นเงิน
จำนวนสองหมื่นห้าพันบาท
(ข) กรณีมีรายได้เกินยี่สิบห้าล้านบาท แต่ไม่เกินห้าสิบล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกัน
เป็นเงินจำนวนห้าหมื่นบาท
(ค) กรณีมีรายได้เกินห้าสิบล้านบาท แต่ไม่เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกัน
เป็นเงินจำนวนหนึ่งแสนบาท
(ง) กรณีมีรายได้เกินหนึ่งร้อยล้านบาทต่อปี ต้องวางหลักประกันเป็นเงินจำนวนสองแสน
บาท
ข้อ ๕ ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีภาษีทุกปี ให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบ
ตรงแจ้งรายได้จากการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรง แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนทราบ
ในกรณีที่เงินหลักประกันที่วางไว้ไม่เป็นไปตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ให้นายทะเบียนมี
หนังสือแจ้งให้ผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงวางหลักประกันให้ถูกต้องภายในหกสิบวัน นับแต่
วันที่ได้รับหนังสือแจ้งดังกล่าว
การแจ้งตามวรรคหนึ่ง นายทะเบียนจะกำหนดให้ดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้
ข้อ ๖ ในกรณีที่คณะกรรมการประกาศกำหนดให้วางหลักประกันเป็นอย่างอื่นนอกจากเงินสด
และผู้ประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงประสงค์จะเปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกัน ให้ยื่นคำขอ
เปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกันพร้อมด้วยเอกสารและหลักฐาน รวมทั้งหลักประกันใหม่ต่อนายทะเบียน
ในกรณีที่คำขอเปลี่ยนแปลงประเภทหลักประกัน เอกสารหรือหลักฐาน หรือหลักประกันใหม่
ไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน ให้นายทะเบียนแจ้งให้ผู้ยื่นคำขอแก้ไขเอกสารหรือหลักฐาน หรือวางหลักประกัน
ใหม่ให้ถูกต้องและครบถ้วนภายในหกสิบวัน ในกรณีที่ผู้ยื่นคำขอไม่ดำเนินการภายในระยะเวลาดังกล่าว ให้
ถือว่าผู้ยื่นคำขอไม่ประสงค์จะให้ดำเนินการต่อไป และให้นายทะเบียนจำหน่ายคำขอนั้น
ข้อ ๗ การวางหลักประกันตามกฎกระทรวงนี้ ให้วางต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานคณะ
กรรมการคุ้มครองผู้บริโภค ตามแบบนำส่งหลักประกันที่คณะกรรมการประกาศกำหนด
ข้อ ๘ ให้ผู้ที่จดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาดแบบตรงอยู่ก่อนวันที่กฎกระทรวง
นี้มีผลใช้บังคับดำเนินการวางหลักประกันให้เป็นไปตามข้อ ๓ หรือข้อ ๔ แล้วแต่กรณี ภายในเก้าสิบวันนับ
แต่วันที่กฎกระทรวงนี้มีผลใช้บังคับ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๑
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๓๘/๕ แห่งพระราช
บัญญัติขายตรงและตลาดแบบตรง พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติขายตรงและตลาด
แบบตรง (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๖๐ บัญญัติให้ผู้ยื่นคำขอจดทะเบียนการประกอบธุรกิจขายตรงหรือตลาด
แบบตรงต้องวางหลักประกันต่อนายทะเบียน เพื่อเป็นหลักประกันการปฏิบัติตามพระราชบัญญัตินี้ตาม
หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้