ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
การไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการบังคับหลักประกันที่เป็นกิจการ
พ.ศ. ๒๕๖๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔ วรรคหนึ่ง และมาตรา ๖๖ วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติ
หลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“คู่สัญญา” หมายความว่า ผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกันตามสัญญาหลักประกันทาง
ธุรกิจที่เป็นกิจการ และให้หมายความรวมถึงผู้รับมอบอำนาจด้วย
ข้อ ๒ ในการไต่สวนข้อเท็จจริง หากผู้ให้หลักประกันหรือผู้รับหลักประกันมอบอำนาจให้บุคคล
ใดบุคคลหนึ่งหรือหลายคนเป็นผู้ดำเนินการแทน ให้จัดส่งหนังสือมอบอำนาจต่อผู้บังคับหลักประกันด้วย
ข้อ ๓ การยื่นเอกสารหรือพยานหลักฐานเพิ่มเติมให้ยื่นต่อผู้บังคับหลักประกัน และให้คู่สัญญา
ฝ่ายที่อ้างเอกสารหรือพยานหลักฐานดังกล่าวส่งสำเนาเอกสารหรือพยานหลักฐานนั้นให้คู่สัญญาอีกฝ่าย
หนึ่งทราบในวันนัดไต่สวนข้อเท็จจริงหรือวันที่ผู้บังคับหลักประกันกำหนด
คู่สัญญามีสิทธิขอตรวจดูหรือขอคัดสำเนาเอกสารหรือพยานหลักฐานที่คู่สัญญาอีกฝ่ายได้ยื่นไว้
ต่อผู้บังคับหลักประกันตามวรรคหนึ่งได้
ข้อ ๔ ถ้าเอกสารที่ยื่นต่อผู้บังคับหลักประกันได้จัดทำขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ หากคู่สัญญา
ตกลงกันว่าไม่ต้องจัดทำคำแปลเป็นภาษาไทย และผู้บังคับหลักประกันเห็นว่าไม่ใช่พยานหลักฐานที่
เกี่ยวข้องกับประเด็นพิจารณา ผู้บังคับหลักประกันจะอนุญาตให้ส่งเอกสารนั้นเป็นพยานหลักฐานต่อผู้
บังคับหลักประกันโดยไม่ต้องจัดทำคำแปลก็ได้
ในกรณีที่ต้องมีการแปลเอกสาร ให้คู่สัญญาฝ่ายที่ยื่นเอกสารจัดทำคำแปลโดยมีคำรับรองความ
ถูกต้องของคำแปลแนบไว้กับเอกสารนั้น
ข้อ ๕ ในการไต่สวนข้อเท็จจริง ผู้บังคับหลักประกันต้องให้โอกาสคู่สัญญามาชี้แจงและแสดง
หลักฐานตามที่เห็นสมควร และจะเรียกคู่สัญญาหรือบุคคลซึ่งได้รับมอบอำนาจจากคู่สัญญามาให้ถ้อยคำ
ด้วยก็ได้
ข้อ ๖ ในการไต่สวนข้อเท็จจริงครั้งแรก ให้คู่สัญญามาพบผู้บังคับหลักประกันและให้ผู้บังคับ
หลักประกันสอบถามคู่สัญญาทุกฝ่ายถึงข้ออ้าง ข้อคัดค้าน และพยานหลักฐานที่ยื่นต่อผู้บังคับหลักประกัน
ว่า ฝ่ายใดยอมรับหรือปฏิเสธโดยมีข้อโต้แย้ง ข้ออ้าง หรือข้อคัดค้านใด สำหรับข้อเท็จจริงใดที่คู่สัญญา
ยอมรับกันก็เป็นอันยุติไปตามนั้น ส่วนข้อกฎหมายหรือข้อเท็จจริงที่คู่สัญญาฝ่ายหนึ่งยกขึ้นอ้างแต่คู่สัญญา
อีกฝ่ายไม่รับและเกี่ยวเนื่องโดยตรงกับประเด็นพิจารณา ให้ผู้บังคับหลักประกันกำหนดไว้เป็นประเด็น
พิจารณา เพื่อให้คู่สัญญานำพยานหลักฐานมานำสืบต่อไป
ข้อ ๗ ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่มาพบผู้บังคับหลักประกันผู้บังคับ
หลักประกันอาจดำเนินกระบวนการไต่สวนเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงและมีคำวินิจฉัยคำร้องขอบังคับหลัก
ประกันต่อไป
ข้อ ๘ การรับฟังพยานหลักฐานของผู้บังคับหลักประกัน อาจรับฟังจากเอกสารหรือจากพยาน
บุคคลก็ได้
ในการรับฟังพยานบุคคล พยานบุคคลต้องให้ถ้อยคำด้วยวาจา โดยให้ผู้บังคับหลักประกันจด
แจ้งถ้อยคำของพยานไว้ในรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงทุกครั้ง ทั้งนี้ คู่สัญญาและพยานบุคคลสามารถขอ
ตรวจ ขอคัดสำเนา หรือขอให้รับรองสำเนาของรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ
ตนได้
ข้อ ๙ ในกรณีที่คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายประสงค์จะเสนอบันทึกถ้อยคำยืนยันข้อ
เท็จจริงหรือความเห็นของพยานบุคคลแทนการซักถามพยานทั้งหมดหรือบางส่วน ให้มีหนังสือแจ้งผู้บังคับ
หลักประกันพร้อมทั้งส่งต้นฉบับบันทึกถ้อยคำแทนการซักถามพยานดังกล่าว รวมทั้งส่งสำเนาให้คู่สัญญา
อีกฝ่ายทราบก่อนหรือในวันไต่สวนข้อเท็จจริงที่มีการสืบพยานบุคคลนั้น
ในกรณีที่ผู้บังคับหลักประกันเห็นสมควร หรือในกรณีที่คู่สัญญาร้องขอและผู้บังคับหลักประกัน
เห็นสมควร ให้พยานบุคคลผู้ให้ถ้อยคำมาให้ถ้อยคำเพิ่มเติม หรือตอบคำซักถาม คำถามค้าน หรือคำถามติง
ข้อ ๑๐ ในกรณีที่พยานบุคคลไม่เข้าใจภาษาไทย หรือเป็นใบ้ หรือหูหนวกและอ่านหนังสือไม่ได้
ให้ผู้บังคับหลักประกันเป็นผู้จัดหาล่ามโดยเรียกค่าใช้จ่ายจากคู่สัญญาฝ่ายที่เป็นผู้นำพยานบุคคลดังกล่าวมา
ให้ถ้อยคำ
ข้อ ๑๑ ผู้บังคับหลักประกันอาจอนุญาตให้คู่สัญญาฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย รวมทั้ง
พยานบุคคลให้ถ้อยคำผ่านระบบการประชุมทางจอภาพได้ โดยให้คู่สัญญาฝ่ายที่ร้องขอเป็นผู้ดำเนินการจัด
ให้มีระบบดังกล่าวและเป็นผู้เสียค่าใช้จ่าย
ข้อ ๑๒ ในการไต่สวนข้อเท็จจริง ให้ผู้บังคับหลักประกันจัดทำรายงานการไต่สวนข้อเท็จจริงซึ่ง
อย่างน้อยต้องมีรายการดังต่อไปนี้
(๑) ชื่อและชื่อสกุลของคู่สัญญา
(๒) ชื่อ ชื่อสกุล อายุ ที่อยู่ อาชีพ และความเกี่ยวข้องกับคู่สัญญาของพยานบุคคล
(๓) วัน เวลา และสถานที่ที่ผู้บังคับหลักประกันดำเนินการไต่สวน
(๔) รายละเอียดแห่งข้อเท็จจริงตามที่ได้รับฟังจากพยานหลักฐาน
(๕) ลายมือชื่อของผู้บังคับหลักประกัน คู่สัญญา และพยานบุคคลผู้ให้ถ้อยคำ เว้นแต่เป็นการให้
ถ้อยคำผ่านระบบการประชุมทางจอภาพ
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๖๐
อภิรดี ตันตราภรณ์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่มาตรา ๖๖ วรรคสอง แห่ง
พระราชบัญญัติหลักประกันทางธุรกิจ พ.ศ. ๒๕๕๘ บัญญัติให้หลักเกณฑ์และวิธีการไต่สวนข้อเท็จจริงเกี่ยว
กับการบังคับหลักประกันที่เป็นกิจการเป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวง
นี้