ข้อ ๑๐ เสื้อมี ๑๗ แบบ คือ
(๑) เสื้อกะลาสีสีขาว เปิดคอเพียงอก มีผ้าปกหลังสีน้ำเงินรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก มีแถบผ้าสีขาว
กว้าง ๒ เซนติเมตร ตรึงรอบผืนผ้าห่างจากขอบ ๐.๕ เซนติเมตร แขนยาวรวบข้อมือ ชาย
เสื้อยาวปิดตะโพก ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋าปะไม่มีปก ๑ กระเป๋า ใต้คอเสื้อด้านหน้ามี
แถบผ้าสีขาว ๒ ชาย ยาวชายละ ๒๕ เซนติเมตร สำหรับผูกผ้าผูกคอ
(๒) เสื้อซับใน ทำด้วยผ้าสีขาวคอกลมเรียบ รอบวงคอขลิบด้วยแถบผ้าสีน้ำเงินดำกว้าง ๑
เซนติเมตร แขนยาวเพียงเหนือศอก
(๓) เสื้อกะลาสีสีกากี ลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่แขนเสื้อยาวเพียงใต้ศอก
ประมาณ ๖ เซนติเมตร และมีผ้าปกหลังสีกากี
(๔) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีขาว มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๕
ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ กระเป๋าบนมีปกรูป
ชายแหลมสามชายไม่ขัดดุม กระเป๋าล่างไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐
เซนติเมตร
(๕) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีกากี คอแบะแบบชายสามเหลี่ยมมีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อ
มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๓ ดุม มีกระเป๋าบน ๒ กระเป๋า กระเป๋าล่าง ๒ กระเป๋า กระเป๋า
ทั้ง ๔ เป็นกระเป๋าปะ มีปกรูปชายแหลมสามชาย มีดุมโลหะสีทองขนาดเล็กขัดปกกระเป๋า
กระเป๋าละ ๑ ดุม ที่เอวเสื้อมีสายรัดขนาดกว้าง ๔ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางด้าน
หลังเปิดไว้ถึงสายรัดเอว
(๖) เสื้อคอพับสีขาว ที่คอและแนวอกเสื้อมีดุมกลมแบนสีขาว ๖ ดุม แขนยาวรัดข้อมือ มีดุมข้าง
ละ ๑ ดุม หรือแขนสั้นเพียงศอก ที่อกเสื้อมีกระเป๋าปะมีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า มุม
กระเป๋าและปกตัดมุม มีดุมขัดปก ๑ ดุม
เมื่อใช้เสื้อแบบนี้ชนิดแขนยาวจะใช้ผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสีด้วยก็ได้
(๗) เสื้อคอพับสีกากี เช่นเดียวกับเสื้อคอพับสีขาว เว้นแต่ให้ใช้ดุมสีกากี และไม่ใช้ผ้าผูกคอ
เมื่อใช้กับเครื่องแบบปกติลำลองคอพับ ให้มีอินทรธนูอ่อน
(๘) เสื้อสโมสรสีขาว แบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะเป็นรูปคอมนปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับชาย
คอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่งมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๒ ดุม และประมาณ
แนวดุมคู่บนที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่างสุดมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุม
ทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติดกัน
(๙) เสื้อกั๊กสีขาวหรือสีน้ำเงินดำ หน้าอกเว้า ระหว่างชายเสื้อกับหน้าอกมีดุมโลหะสีทองขนาด
เล็ก ๓ หรือ ๔ ดุม ที่เหนือชายเสื้อมีกระเป๋าเจาะไม่มีปก ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า ชายล่าง
สุดของเสื้อบากเป็นรูปสามเหลี่ยมและเปิดด้านหลัง มีสายรัดตอนบนและล่าง
(๑๐) เสื้อกั๊กสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะเช่นเดียวกับเสื้อกั๊กสีขาว
(๑๑) เสื้อเชิ้ตอกแข็งหรืออกจีบสีขาว ข้อมือแข็ง ประกอบด้วยคอพับแข็งชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ
(๑๒) เสื้อกะลาสีสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำลักษณะและเครื่องประกอบ
เช่นเดียวกับเสื้อกะลาสีสีขาว เว้นแต่เครื่องหมายยศและเครื่องหมายชั้นการศึกษาเป็น
แถบทำด้วยไหมสีเหลืองรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วย
ไหมสีเหลือง
(๑๓) เสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำคอแบะแบบชาย
สามเหลี่ยม มีตะเข็บหลัง ๓ ตะเข็บ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถว
ละ ๔ ดุม ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายมีกระเป๋า ๑ กระเป๋า และที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ
๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ชายเสื้อที่ตะเข็บข้างเปิดไว้ข้างละ ๑๐ เซนติเมตร
ประดับเครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา ดังนี้
(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่แขนเสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอก
ประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้ง ทำด้วยแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลาย
บั้งทั้งสองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน รูปสมอภายใต้พระ
มหามงกุฎมีรัศมีและเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลือง ตรึงติดตรงกลางแขนเสื้อ
(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ชายสุดคอแบะติดสาบสักหลาดสีขาว กว้าง ๔ เซนติเมตร ยาว ๗
เซนติเมตร มีรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับเครื่องหมายชั้น
การศึกษา
(ค) นายทหารสัญญาบัตร เครื่องหมายยศทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง
ประดับรอบปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง คือ
นายเรือและนายนาวา มีขนาด ลักษณะ และจำนวนแถบเช่นเดียวกับแถบบนอินทรธนู เว้นแต่
ขมวดวงกลมให้มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร
พลเรือจัตวา มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และเหนือแถบนี้มีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
ขมวดเป็นวงกลม ๑ วง เส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร
พลเรือตรีขึ้นไป มีแถบกว้าง ๕ เซนติเมตร ๑ แถบ และมีแถบกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ประดับ
เหนือขึ้นไป มีจำนวนตามชั้นยศ ดังนี้
พลเรือตรี ๑ แถบ
พลเรือโท ๒ แถบ
พลเรือเอก ๓ แถบ
จอมพลเรือ ๔ แถบ
การประดับแถบ ให้แถบล่างสุดอยู่ห่างจากปลายแขนเสื้อพอสมควร เว้นระยะระหว่างแถบ ๐.๖
เซนติเมตร เฉพาะแถบบนสุดขมวดเป็นวงกลม มีเส้นผ่าศูนย์กลางจรดรอบนอก ๕ เซนติเมตร โดยให้ชาย
แถบที่ขมวดทับอยู่บนตวัดไปทางหลัง
(๑๔) เสื้อสวมกันหนาว มีดังนี้
(ก) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับพลทหาร นักเรียนจ่า และนายทหารประทวนชั้นจ่า ทำด้วย
สักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อชั้นนอกคอแบะ ที่แนวอกเสื้อมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่
๒ แถว แถวละ ๔ ดุม ชายเสื้อยาวเพียงครึ่งขาท่อนบน
(ข) เสื้อสวมกันหนาว สำหรับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า นักเรียนนายเรือ และนาย
ทหารสัญญาบัตร ทำด้วยสักหลาดสีน้ำเงินดำ เป็นเสื้อโอเวอร์โคต ที่แนวอกเสื้อมีดุม
โลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๔ ดุม มีแถบสักหลาดสีน้ำเงินดำรัดหลังปลาย
แถบขัดดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ข้างละ ๑ ดุม ชายเสื้อยาวครึ่งน่อง เสื้อแบบนี้ให้มี
อินทรธนูตามชั้นยศประกอบด้วย
เสื้อสวมกันหนาวตาม (ก) และ (ข) ให้สวมทับเครื่องแบบปกติ เครื่องแบบสโมสร เครื่องแบบกัน
หนาว หรือเครื่องแบบสำหรับใช้ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาว
(๑๕) เสื้อสโมสรสีดำ ทำด้วยสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำแบบเมสส์แจ๊กเกตคอแบะ แบบชาย
สามเหลี่ยม ปาดเอว ระหว่างชายเสื้อกับคอเสื้อด้านหน้าตามทางดิ่ง มีดุมโลหะสีทอง
ขนาดใหญ่ ๒ ข้าง ข้างละ ๓ ดุม และประมาณแนวดุมคู่กลางที่ใต้ชายพับแหลมด้านล่าง
สุด มีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่อีกข้างละ ๑ ดุม ดุมทั้งสองนี้มีสายสร้อยโลหะสีทองร้อยติด
กัน มีเครื่องหมายยศที่ปลายแขนเสื้อทั้ง ๒ ข้าง เช่นเดียวกับเสื้อคอแบะสีน้ำเงินดำตาม (
๑๓) (ค)
(๑๖) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำ ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ คอเสื้อด้าน
หน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอดออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ
มีแนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถว
ช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒ ข้าง ข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะ
ไม่มีปก ที่ตะเข็บหลัง จากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓
ดุม
การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ เครื่องหมายเหล่า และเครื่องหมายชั้นการศึกษา เป็นดังนี้
(ก) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้า ติดแถบไหมสี
เหลือง กว้าง ๒ เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง
๑.๒ เซนติเมตร ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งตามชั้นยศ
ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ให้มุมบั้งขึ้นข้างบน ระยะระหว่างแถบ ๐.๕
เซนติเมตร ให้กึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร
เหนือเครื่องหมายยศให้ปักเครื่องหมายเหล่าด้วยไหมสีเหลือง ปลายแขนเสื้อด้านหลังตรงกับ
กึ่งกลางกลุ่มปลายแถบเครื่องหมายยศติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ๑ แถบ
(ข) นักเรียนนายเรือ ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและลักษณะ
เช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า ด้านหน้าคอเสื้อทั้งสองข้างปักด้วยไหมทองหรือ
วัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ ข้างละ ๑ ใบ กึ่งกลางคอเสื้อตรงกับอินทรธนูทั้งสอง
ข้างติดรังดุมทำด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองรองรับดุมเครื่องหมายชั้นการศึกษา
ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างโดยรอบติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๐.๖
เซนติเมตร ห่างจากปลายแขนเสื้อ ๑๑ เซนติเมตร ๑ แถบ
(ค) นายทหารสัญญาบัตร ที่ขอบคอเสื้อติดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง มีขนาดและ
ลักษณะเช่นเดียวกับนายทหารประทวนชั้นพันจ่า รอบคอเสื้อปักด้วยไหมทองหรือวัตถุเทียม
ไหมทองเป็นรูปใบชัยพฤกษ์ จำนวน ๘ ใบ ปลายแขนเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้างติดแฉลบสีขาว
รูปชายแฉลบสามชาย ขอบแฉลบด้านบน ด้านล่าง และด้านชายแหลมติดแถบไหมทองหรือ
วัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๒ เซนติเมตร กึ่งกลางแฉลบในแนวดิ่งติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก
๓ ดุม ระยะห่างพอสมควร ตรงกึ่งกลางแฉลบโดยรอบปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างติดแถบ
ไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองเป็นรูปเครื่องหมายยศ มีขนาด ลักษณะ และจำนวน เช่น
เดียวกับเครื่องหมายยศที่ประดับกับเสื้อชั้นนอกคอแบะสีน้ำเงินดำ
(๑๗) เสื้อชั้นนอกคอปิดสีแดง ทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีแดง คอเสื้อทำด้วยผ้าหรือ
สักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ด้านหน้ามน มีปลอกคอทำด้วยผ้าสีขาวติดด้านใน (ถอด
ออกได้) ตัวเสื้อมีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวอกมีดุมโลหะสีทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถว
ละ ๗ ดุม ระยะห่างของดุมระหว่างแถวช่วงบนกว้างช่วงล่างแคบ ที่เอวเสื้อมีกระเป๋า ๒
ข้าง ข้างละ ๑ ใบ เป็นกระเป๋าเจาะไม่มีปก ที่ตะเข็บหลังจากแนวเข็มขัดลงมามีดุมโลหะสี
ทองขนาดใหญ่ ๒ แถว แถวละ ๓ ดุม
การประดับคอเสื้อ เครื่องหมายยศ และเครื่องหมายเหล่า เป็นดังนี้
(ก) พลทหาร ที่ขอบเสื้อด้านบนโดยรอบจนจรดด้านหน้าติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๒
เซนติเมตร และที่ขอบคอเสื้อด้านล่างโดยรอบติดแถบไหมสีเหลืองกว้าง ๑.๒ เซนติเมตร
ปลายแขนเสื้อทั้งสองข้างมีปลอกแขนทำด้วยผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำ ยาว ๑๑
เซนติเมตร ปลอกแขนเสื้อด้านบนติดแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร โดยรอบที่แขน
เสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกปักเป็นรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี
และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึงติดกับแขนเสื้อ โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือ
เสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ข) นายทหารประทวนชั้นจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ที่แขน
เสื้อด้านนอกข้างซ้ายกึ่งกลางระหว่างไหล่กับศอกประดับเครื่องหมายยศเป็นบั้งรูปหางนก
แซงแซว หักมุม ๑๒๐ องศา ทำด้วยแถบไหมสีเหลือง กว้าง ๑.๒ เซนติเมตร ปลายบั้งทั้ง
สองข้างห่างกัน ๑๐ เซนติเมตร ให้มุมบั้งลงข้างล่าง ระยะห่างระหว่างแถบ ๐.๕ เซนติเมตร
เหนือบั้งมีรูปสมอภายใต้พระมหามงกุฎมีรัศมี และเครื่องหมายเหล่าปักด้วยไหมสีเหลืองตรึง
ติดกับแขนเสื้อโดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ค) นายทหารประทวนชั้นพันจ่า ประดับคอเสื้อและปลายแขนเสื้อ เช่นเดียวกับพลทหาร ส่วน
เครื่องหมายยศและเครื่องหมายเหล่าเช่นเดียวกับเสื้อชั้นนอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนาย
ทหารประทวนชั้นพันจ่า โดยมีผ้าหรือสักหลาดหรือเสิร์จสีน้ำเงินดำรองพื้น
(ง) นายทหารสัญญาบัตร ประดับคอเสื้อ ปลายแขนเสื้อและเครื่องหมายยศ เช่นเดียวกับเสื้อชั้น
นอกคอปิดสีน้ำเงินดำของนายทหารสัญญาบัตร ระหว่างแถบเครื่องหมายยศสอดด้วย
สักหลาดสีเหลือง