ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎเสนาบดี
ว่าด้วยที่กุศลสถานชนิดศาลจ้าว
ด้วยตามความในพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ มาตรา ๑๒๓ ให้กรมการ
อำเภอมีหน้าที่คอยตรวจตราอุดหนุนผู้ปกปักรักษา อย่าให้ผู้ใดรุกล้ำเบียดเบียนที่วัดหรือที่กุศลสถานอย่าง
อื่น อันเป็นของกลางสำหรับมหาชนนั้น บัดนี้ทรงพระราชดำริเห็นว่า ที่ศาลเจ้าซึ่งเป็นสถานที่เคารพและ
กระทำพิธีกรรมตามลัทธิของประชาชนบางจำพวกในกรุงสยาม นับว่าเป็นที่กุศลสถานสำหรับมหาชน
ประเภทหนึ่ง ซึ่งสมควรจะวางระเบียบการปกปักรักษาขึ้นไว้ให้เป็นหลักฐาน จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ
ให้เสนาบดีกระทรวงนครบาลและเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ตั้งกฎข้อบังคับขึ้นตามความในมาตรา ๕
แห่งพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ. ๒๔๕๗ ดังต่อไปนี้
ว่าด้วยการใช้กฎและอธิบายคำ
ข้อ ๑ กฎนี้ใช้เฉพาะแต่ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในที่ดินซึ่งรัฐบาลเป็นเจ้าของหรือเป็นผู้ปกปักรักษา
เท่านั้น
ข้อ ๒ คำบางคำที่มิได้มีคำหมายให้เข้าใจเป็นอย่างอื่นแล้ว ให้พึงเข้าใจดังนี้ คือ
ก. คำว่า ศาลเจ้า นั้น หมายความว่า สถานที่ก่อสร้างขึ้นเป็นทรวดทรงสำหรับประดิษฐานรูป
เคารพ และกระทำพิธีกรรมตามลัทธิของคนบางจำพวก เช่นชนจีนเป็นต้น และให้หมายความรวมตลอดถึง
สถานที่ถาวร ซึ่งสร้างขึ้นประกอบกับศาลเจ้า เช่นโรงสำหรับกินเจ เป็นต้น
ข. คำว่า ที่ศาลเจ้า นั้น หมายความถึงที่ดินที่ศาลเจ้าตั้งอยู่และหมายความตลอดเขตบริเวณที่ดิน
ของศาลเจ้าด้วย
ค. คำว่า ใบอนุญาตตั้ง นั้น หมายความว่า หนังสือที่ผู้มีอำนาจตามกฎนี้ออกให้ไว้แก่ผู้จัดการ
ปกครองศาลเจ้าหรือผู้ตรวจตราสอดส่องกิจการในศาลเจ้า
ฆ. คำว่า ผลประโยชน์ นั้น หมายความว่าทรัพย์สมบัติรายได้อันพึงบังเกิดมีแก่ศาลเจ้านั้น ๆ
และหมายความตลอดถึงรายจ่ายด้วย
ว่าด้วยที่ดินที่ศาลเจ้าตั้งอยู่
ข้อ ๓ ศาลเจ้าที่ตั้งอยู่ในที่ดินเอกชนมีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของนั้นไม่เกี่ยวกับกฎฉบับนี้ เว้นไว้แต่
เอกชนผู้มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของได้อุทิศที่ดินของตนให้เป็นสมบัติสำหรับศาลเจ้าโดยสิทธิ์ขาดในขณะใด
ที่ดินนั้นย่อมตกมาอยู่ในความปกครองรักษาของรัฐบาลพึงทำนุบำรุงเพื่อประโยชน์มหาชนตามความในกฎ
นี้
ข้อ ๔ ที่ดินที่ศาลเจ้าตั้งอยู่ในที่ดินของรัฐบาลก็ดี หรือในที่ดินของเอกชนแต่ได้อุทิศให้เป็นสมบัติ
สำหรับศาลเจ้าโดยสิทธิ์ขาดแล้วก็ดี ในเขตกรุงเทพมหานครให้มีโฉนดไว้ในนามกรมพระนครบาล หัวเมือง
นอกจากเขตกรุงเทพมหานครให้มีโฉนดหรือหนังสือสำคัญสำหรับที่ดินไว้ในนามกรมปกครองกระทรวง
มหาดไทยทั้งสิ้น
ข้อ ๕ ผู้ใดมีความปรารถนาจะอุทิศที่ดินของตนที่มีหรือยังไม่มีศาลเจ้าตั้งอยู่แล้วให้เป็นสมบัติ
สำหรับศาลเจ้าโดยสิทธิ์ขาด ให้ยื่นเรื่องราวสำแดงความปรารถนาเป็นลายลักษณ์อักษรมอบหมายให้แก่
นายอำเภอผู้ปกครองท้องที่ ๆ ที่ดินตั้งอยู่
ในเรื่องราวที่จะยื่นต้องมีข้อความดังต่อไปนี้ คือ
(ก) ชื่อและที่อยู่ของผู้ซึ่งจะอุทิศที่ดินให้
(ข) รายการละเอียดของที่ดินซึ่งจะอุทิศให้พร้อมทั้งหน้าโฉนดหรือหลักฐานสิ่งสำคัญสำหรับที่ดิน
นั้นกำกับไปด้วย
ข้อ ๖ ที่ศาลเจ้าแห่งใดซึ่งตกอยู่ในความปกครองของรัฐบาลตามกฎนี้ ถ้าผู้ใดจะกระทำการ
ก่อสร้างสิ่งหนึ่งสิ่งใดลงหรือมีความประสงค์จะทำการสถาปนาต่อเติมขึ้นใหม่ก็ดี ให้แจ้งความประสงค์เป็น
ลายลักษณ์อักษรต่อนายอำเภอผู้ปกครองท้องที่ ๆ ที่ดินตั้งอยู่ เมื่อได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพระนคร
บาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดแล้วจึงกระทำการนั้นได้
ข้อ ๗ ในที่ซึ่งยังมีศาลเจ้าตั้งอยู่ตราบใด โดยปรกติจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงฐานะเป็นอย่างอื่น
เว้นไว้แต่ศาลเจ้านั้นจะได้เลิกร้างไปหมดแล้ว หรือว่ารัฐบาลมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ประโยชน์ในราชการ
โดยตรง
ข้อ ๘ ที่ดินที่ยังมีศาลเจ้าตั้งอยู่ ณ บัดนี้ก็ดี หรือปรากฏว่าได้เคยมีศาลเจ้าตั้งอยู่ก็ดี ถ้าแม้พิสูจน์
ไม่ได้ความแน่นอนว่ากรรมสิทธิ์ได้ตกเป็นของเอกชน ก็ให้ลงสันนิษฐานว่าเป็นที่ดินสำหรับศาลเจ้าอยู่ใน
ความปกครองของรัฐบาล
ว่าด้วยฐานะของศาลเจ้าและทะเบียนศาลเจ้า
ข้อ ๙ ศาลเจ้าที่ได้ก่อสร้างขึ้นด้วยวัตถุมีฐานะอันมั่นคงถาวรนอกจากที่ตั้งอยู่ในที่ดินของเอกชน
มีกรรมสิทธิ์เป็นเจ้าของ ให้มีทะเบียนบัญชีไว้ ให้เป็นหลักฐาน
ข้อ ๑๐ ทะเบียนบัญชีศาลเจ้า ให้มีรายการดังนี้ คือ
๑ เลขลำดับจำนวนศาลเจ้า
๒ ชื่อศาลเจ้า
๓ ตำบล อำเภอ และจังหวัด ศาลเจ้าตั้งอยู่
๔ ชื่อ และอายุ ผู้ปกครองศาลเจ้า และผู้ตรวจตราสอดส่อง
๕ ชื่อแซ่สกุล ชาติกำเนิด และบังคับสังกัดมูลนายของผู้ปกครองศาลเจ้าและผู้ตรวจตราสอดส่อง
๖ อาชีวะ และที่สำนักอาศัยของผู้ปกครองศาลเจ้าและผู้ตรวจตราสอดส่อง
ว่าด้วยการตั้งและถอน
ผู้จัดการปกครองศาลเจ้า และผู้ตรวจตราสอดส่อง
ข้อ ๑๑ การรักษาหรือกระทำกิจเพื่อประโยชน์แก่ศาลเจ้าโดยเฉพาะนั้น ให้มีผู้จัดการปกครอง
และผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าขึ้นไว้ แล้วแต่อธิบดีกรมพระนครบาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาล
หรือผู้ว่าราชการจังหวัด จะกำหนดโดยสมควรแก่ศาลเจ้าแห่งใด หรือหลายศาลเจ้ารวมกันจะให้มีผู้จัดการ
ปกครองและผู้ตรวจตราสอดส่องมากน้อยเพียงใดก็ได้
ข้อ ๑๒ ผู้ที่สมควรจะเป็นผู้จัดการปกครอง และผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าได้นั้น ต้องประกอบ
พร้อมด้วยองค์คุณสมบัติ คือ
๑ ต้องเป็นผู้มีความเคารพนับถือในลัทธินั้น
๒ ต้องเป็นคนที่มีอายุตั้งแต่ ๒๐ ปีขึ้นไป
๓ ต้องเป็นคนมีหลักฐานในอาชีวะหรือมีหลักทรัพย์ดี
๔ ต้องเป็นคนที่ไม่เคยต้องคำพิพากษาของศาล ฐานเป็นอั้งยี่ หรือซ่องโจรผู้ร้าย ลักทรัพย์ วิ่ง
ราว ชิงทรัพย์ ปล้นทรัพย์สลัด กรรโชก ฉ้อโกง ยักยอกทรัพย์ หรือรับของโจร และไม่เคยโต้เถียงกรรมสิทธิ์
ที่ศาลเจ้า
๕ ต้องเป็นคนที่อยู่ในใต้บังคับกฎหมายฝ่ายสยาม
ข้อ ๑๓ ผู้ใดมีความปรารถนาจะเป็นผู้จัดการปกครองหรือเป็นผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้า ถ้า
ในเขตกรุงเทพมหานครให้ยื่นเรื่องราวต่ออธิบดีกรมพระนครบาลหรือนครบาลจังหวัด นอกจากเขต
กรุงเทพมหานคร ให้ยื่นเรื่องราวต่อสมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด เมื่ออธิบดีกรมพระนครบาล
หรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด พิจารณาเหตุผลประกอบพร้อมด้วยองค์
คุณสมบัติดังว่ามาในข้อ ๑๒ นั้นแล้ว ก็ให้ออกใบอนุญาตตั้งได้ตามที่เห็นสมควร
ข้อ ๑๔ เมื่อผู้ใดได้รับอนุญาตตั้งตามความในข้อ ๑๓ แล้ว โดยปรกติย่อมมีอำนาจและหน้าที่
ดังนี้ คือ
ก. ผู้จัดการปกครองศาลเจ้ามีอำนาจและหน้าที่จัดการทั่วไปในกิจการเพื่อประโยชน์แก่ศาลเจ้า
โดยฐานะและกาลอันสมควร และมีอำนาจหน้าที่เข้าเป็นโจทก์หรือจำเลยในอรรถคดีทั้งแพ่งและอาญาอัน
เกี่ยวด้วยเรื่องศาลเจ้าทุกประการ
ข. ผู้ตรวจตราสอดส่องมีอำนาจและหน้าที่ตรวจตรากิจการอันเกี่ยวด้วยศาลเจ้าทุกประการ
ตลอดถึงสรรพทะเบียนบัญชีทั้งปวงอันเนื่องด้วยกิจการหรือผลประโยชน์สำหรับศาลเจ้าครอบงำเหนือผู้
จัดการปกครองศาลเจ้านั้น
ข้อ ๑๕ กิจการสำหรับศาลเจ้าซึ่งเป็นกิจที่ชอบด้วยกฎหมายให้ผู้จัดการปกครองกับผู้ตรวจตรา
สอดส่องศาลเจ้า ปรองดองพร้อมใจตกลงกระทำไปได้ ถ้ามีความเห็นแตกต่างกัน ให้อธิบดีกรมพระนคร
บาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นผู้ชี้ขาด แล้วกระทำไปตามคำชี้ขาด
นั้น
ข้อ ๑๖ ถ้าและเมื่อใดมีอรรถคดีพิพาทกันด้วยเรื่องศาลเจ้าจะเริ่มเกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแล้วก็ดี
หรือว่าเมื่อถึงที่สุดแล้วก็ดี ให้ผู้จัดการปกครองศาลเจ้าแจ้งเหตุการณ์ให้อธิบดีกรมพระนครบาลหรือ
นครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัดทราบทุกครั้ง
ข้อ ๑๗ เมื่อใดความปรากฏขึ้นชัดเจน หรือสงสัยว่ามีการสมคบกันเป็นอั้งยี่หรือซ่องโจรผู้ร้าย
หรือสมคบกันเล่นการพนันที่กฎหมายห้ามในศาลเจ้าหรือในสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ศาลเจ้าใด ให้ผู้
จัดการปกครองหรือผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้านั้น รายงานแจ้งเหตุการณ์ต่อนายอำเภอผู้ปกครองท้องที่
โดยละเอียด
ข้อ ๑๘ ผู้ใดได้รับใบอนุญาตตั้งให้เป็นผู้จัดการปกครองหรือเป็นผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าแล้ว
ภายหลังความปรากฏว่าผู้นั้นบกพร่องด้วยองค์คุณสมบัติดังว่ามาในข้อ ๑๒ นั้นก็ดี หรือได้ประพฤติการ
ทุจริตต่อหน้าที่อย่างใด ๆ ก็ดี หรือขัดขืนไม่แจ้งเหตุการณ์ดังว่ามาในข้อ ๑๖, ๑๗ นั้นก็ดี อธิบดีกรม
พระนครบาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด จะสั่งถอนและเรียกใบอนุญาต
ตั้งคืนจากผู้นั้นเสียก็ได้
บรรดาสมุดบัญชีอันเกี่ยวด้วยศาลเจ้านั้นให้มอบแก่ผู้หนึ่งผู้ใดซึ่งอธิบดีกรมพระนครบาลหรือ
นครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด จะสั่งให้มอบทั้งสิ้น
ข้อ ๑๙ ผู้ใดได้มีตำแหน่งเป็นผู้จัดการปกครอง หรือเป็นผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าอยู่แล้วแต่
ก่อนออกกฎนี้ ให้ยื่นเรื่องราวขอใบอนุญาตตั้งเสียตามกฎนี้ภายในเวลา ๓ เดือน นับตั้งแต่วันที่ออกกฎนี้
เป็นต้นไป และต้องปฏิบัติการตามกฎนี้ทุกประการ ถ้ามิฉะนั้นให้ถือว่าผู้นั้นไม่มีตำแหน่งหน้าที่อย่างใดเลย
ว่าด้วยประโยชน์อันเกิดแก่ศาลเจ้า
ข้อ ๒๐ ถ้าในที่ใดเมื่ออธิบดีกรมพระนครบาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่า
ราชการจังหวัด เห็นเป็นการสมควรที่จะสั่งให้ผู้จัดการปกครอง หรือผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าทำหรือยื่น
บัญชีแสดงผลประโยชน์รายได้รายจ่าย เป็นรายเดือนหรือรายปีหรือเป็นพิเศษในขณะใดก็มีอำนาจที่จะสั่ง
ได้ และเมื่อเห็นสมควรที่จะให้ประกาศโฆษณาการให้สาธารณชนทราบด้วยก็ได้
ข้อ ๒๑ ศาลเจ้าหรือสถานที่ต่าง ๆ ซึ่งอยู่ในบริเวณที่ศาลเจ้าก็ดี และบรรดาสมุดบัญชีอันเกี่ยว
ด้วยผลประโยชน์สำหรับศาลเจ้าก็ดี เมื่ออธิบดีกรมพระนครบาลหรือนครบาลจังหวัด สมุหเทศาภิบาลหรือ
ผู้ว่าราชการจังหวัด เห็นเป็นการสมควรก็มีอำนาจที่จะสั่งให้กรมการอำเภอเข้าไปตรวจตรา หรือเรียกเอามา
ตรวจตราในเวลาใดก็ได้
ข้อ ๒๒ ผู้ใดบังอาจบุกรุกเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์สำหรับศาลเจ้าหรือเข้าไปในที่นั้น ๆ โดยมิ
ชอบด้วยกฎหมาย หรือเข้าไปซ่อนตัวอยู่โดยไม่มีเหตุสมควรที่จะเข้าไป หรือเมื่อผู้มีความชอบธรรมได้ว่า
กล่าวขับไล่ให้ออกไปแล้วยังขืนอยู่อีก ผู้นั้นมีความผิดให้ลงโทษจำคุกไม่เกิน ๖ เดือน หรือปรับไม่เกิน ๒๐๐
บาท หรือทั้งสองสถาน
ถ้าการกระทำผิดเช่นว่ามาข้างบนนี้ ได้กระทำในเวลาค่ำคืนก็ดี กระทำโดยใช้อุบาย ใช้กำลัง
ทำร้าย หรือขู่เข็ญว่าจะทำร้ายเขาก็ดี กระทำโดยมีศาสตราวุธก็ดี หรือคุมสมัครพรรคพวกตั้งแต่ ๓ คน หรือ
กว่า ๓ คนขึ้นไปบุกรุกก็ดี ผู้กระทำผิดเช่นว่านี้ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินกว่า ๓ ปี และปรับไม่เกิน ๕๐๐
บาทด้วยอีกโสดหนึ่ง
ข้อ ๒๓ ผู้ใดเจตนาขัดขวางมิให้ผู้จัดการปกครองหรือผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าได้กระทำการ
ตามหน้าที่โดยปรกติ มีความผิดให้ปรับไม่เกิน ๒๐๐ บาท
ข้อ ๒๔ ผู้จัดการปกครองหรือผู้ตรวจตราสอดส่องศาลเจ้าขัดขืนไม่ยอมมอบบรรดาสมุดบัญชี
ตามความในข้อ ๑๘ ตอนที่ ๒ ก็ดี หรือได้มอบให้ไม่สิ้นเชิงก็ดี หรือขัดขืนไม่ทำตามคำสั่งดังว่ามาในข้อ ๒๐
ก็ดี มีความผิดฐานขัดคำสั่งเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๔ ข้อ ๒
และถ้าได้ทำบัญชียื่น หรือประกาศโฆษณาการตามความในข้อ ๒๐ นั้นโดยลักษณะอันเป็นเท็จ
ถ้าการที่ทำลงนั้นยังไม่ถึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา ผู้นั้นมีความผิดให้ปรับไม่เกิน ๒๐๐
บาท