ข้อ ๓ ในการตรวจร่างกาย ให้คณะกรรมการแบ่งคนที่ได้ตรวจเลือกออกเป็น ๔ จำพวก
จำพวกที่ ๑ ได้แก่คนซึ่งมีร่างกายสมบูรณ์ดีไม่มีอวัยวะพิการหรือผิดส่วนแต่อย่างใด
จำพวกที่ ๒ ได้แก่คนซึ่งมีร่างกายที่เห็นได้ชัดว่าไม่สมบูรณ์ดีเหมือนคนจำพวกที่ ๑ แต่ไม่ถึง
ทุพพลภาพ คือ
(๑) ตาหรือหนังตาผิดปกติจนปรากฏชัดอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แม้เพียงข้างเดียว
(ก) ตาเหล่ (Squint)
(ข) ลูกตาสั่น (Nystagmus)
(ค) แก้วตาขุ่น (Cataract)
(ง) กระจกตาขุ่น (Opacity of Cornea)
(จ) หนังตาตก (Ptosis)
(ฉ) หนังตาม้วนเข้า (Entropion)
(ช) หนังตาม้วนออก (Ectropion)
(ซ) ช่องหนังตา (Palpebral Fissure) ทั้งสองข้างกว้างไม่เท่ากันจนดูน่าเกลียด
(๒) หูผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แม้เพียงข้างเดียว
(ก) ใบหูผิดรูปหรือผิดขนาดปรากฏชัดเจนจนดูน่าเกลียด เช่น ลีบ หรือเล็ก หรือใหญ่ หรือ
บี้
(ข) ช่องหูมีหนองเรื้อรังและทั้งแก้วหูทะลุ
(๓) จมูกผิดรูปจนดูน่าเกลียดเช่นบี้หรือแหว่ง
(๔) ปากผิดรูปจนดูน่าเกลียด เช่น แหว่ง หรือผิดรูปจนพูดไม่ชัด
(๕) ช่องปากผิดรูป หรือผิดปกติจนพูดไม่ชัด
(๖) หน้าผิดปกติจนดูน่าเกลียดอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้
(ก) อัมพาต (Facial Paralysis)
(ข) เนื้อกระตุก (Tics)
(ค) แผลเป็นหรือปานที่หน้า มีเนื้อที่ตั้งแต่ ๑/๔ ของหน้าขึ้นไปหรือยาวมาก
(ง) เนื้องอก (Benign Tumour)
(๗) คอพอก (Simple Goitre)
(๘) ซอกคอหรือซอกรักแร้ติดกัน
(๙) อวัยวะเคลื่อนไหวผิดปกติอย่างหนึ่งอย่างใดดังต่อไปนี้แม้เพียงข้างเดียว
(ก) ข้อติด (Ankylosis) หรือหลวมหลุดง่ายหรือเคลื่อนไหวไม่สะดวก จนทำงานไม่ถนัด
(ข) นิ้วมือหรือนิ้วเท้ามีจำนวนหรือขนาดของนิ้วผิดปกติจนดูน่าเกลียด หรือนิ้วบิดเกจนดู
น่าเกลียดหรือจนทำงานไม่ถนัด หรือช่องนิ้วติดกัน หรือนิ้วมือด้วนถึงโคนเล็บ
(ค) มือหรือแขนลีบหรือบิดเก
(ง) เท้าหรือขาลีบหรือบิดเก
(๑๐) กระดูกชิ้นใหญ่ผิดรูปจนทำให้อวัยวะนั้นทำงานไม่สะดวกหรือจนดูน่าเกลียด
(๑๑) ไส้เลื่อนลงถุง
(๑๒) ภาวะเพศสภาพไม่ตรงกับเพศกำเนิด (Gender Identity Disorder)
(๑๓) กลุ่มโรคตุ่มน้ำพอง ได้แก่ โรคตุ่มน้ำเรื้อรังชนิด (Pemphigus vulgaris), (Pemphigus
foliaceus), (Pemphigus erythematosus), (Paraneoplastic pemphigus) และ (
Cicatricial pemphigoid), โรคตุ่มน้ำแต่กำเนิดซึ่งทำให้เกิดแผลเรื้อรังและหายยาก ชนิด
(Epidermolysis bullosa)
(๑๔) โรคลำไส้โป่งพองแต่กำเนิด (Hirschsprung’s Disease)
(๑๕) โรคของเอนไซม์บนเม็ดเลือดแดงผิดปกติชนิด G-6-PD (Glucose-6-Phosphate
Dehydrogenase)
จำพวกที่ ๓ ได้แก่คนซึ่งมีร่างกายยังไม่แข็งแรงพอที่จะรับราชการทหารในขณะนั้นได้ เพราะ
ป่วยซึ่งจะบำบัดให้หายภายในกำหนด ๓๐ วันไม่ได้
จำพวกที่ ๔ ได้แก่คนพิการทุพพลภาพ หรือมีโรคที่ไม่สามารถจะรับราชการทหารได้ตามกฎ
กระทรวงที่ออกตามมาตรา ๔๑
การวินิจฉัยลักษณะพิการและโรคต่าง ๆ นั้น ถ้าผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผู้ตรวจยังมีความ
สงสัย ก็ให้คณะกรรมการตรวจเลือกจัดเข้าไว้ในคนจำพวกที่ ๑ ก่อน
ใบสำคัญที่จะออกให้แก่คนจำพวกที่ ๓ และคนจำพวกที่ ๔ ให้เป็นไปตามแบบ สด. ๔ และแบบ
สด. ๕ ท้ายกฎกระทรวงนี้ เมื่อคณะกรรมการตรวจเลือกลงชื่อแล้วมอบให้กรรมการสัสดีจังหวัดไว้เป็นหลัก
ฐานเพื่อดำเนินการตามระเบียบต่อไป
บุคคลซึ่งกรรมการซึ่งเป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมเห็นว่าเข้าอยู่ในคนจำพวกที่ ๒ จำพวกที่ ๓
หรือจำพวกที่ ๔ ถ้ากรรมการซึ่งมิใช่ผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรมมีความเห็นแย้งรวมกันสองคน ให้ส่งตัว
บุคคลนั้นเข้าตรวจเลือกร่วมกับคนในจำพวกเดียวกันตามความเห็นแย้งของกรรมการซึ่งมิใช่ผู้ประกอบ
วิชาชีพเวชกรรม ถ้าบุคคลนั้นต้องเข้ากองประจำการก็ให้กรรมการซึ่งมีความเห็นแย้งกันนั้นต่างฝ่ายต่างทำ
คำชี้แจงยื่นต่อกรรมการชั้นสูงภายในเจ็ดวันนับแต่วันเสร็จการตรวจเลือกในจังหวัดนั้น