พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ผู้ทรงธรรมทศพิธ
เสด็จสถิตย์พระที่นั่งอัมพรสถาน มีพระบรมราชการโองการตรัสเหนือเกล้าฯ สั่งว่า จำเดิมแต่เสด็จเถลิงถวัล
ยราชสมบัติ ในปีมะโรง สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๓๐ นับเรียงปีมาถึงรัตนโกสินทรศก ๑๒๖ นี้ รัชพรรษา
พอบรรจบสี่สิบปี เสมอด้วยรัชกาลแห่งสมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์ที่ ๒ ซึ่งได้ครองราชสมบัติในกรุง
ศรีอยุธยา ผู้มีรัชกาลยืนยาวกว่าพระเจ้าแผ่นดินทุกพระองค์ อันมีปรากฏในพระราชพงศาวดาร เป็นเหตุให้
ทรงพระปิติเบิกบานพระราชหฤทัย จึงจะได้ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลในกรุงศรีอยุธยา ทรงพระราชอุทิศ
ส่วนพระราชกุศล ถวายสมเด็จพระรามาธิบดีพระองค์นั้น ตามรัชสมัยได้เท่าทันเสมอภาค ยากที่จะเทียมถึง
จึงจัดว่าเป็นพระราชกุศลรัชมงคลอันอุดม สมควรจะมีสิ่งซึ่งเป็นที่ระลึกถึงบุญญาภินิหารแห่งพระบาท
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไว้ ให้อยู่ชั่วกาลนาน จึงทรงพระราชดำริให้สร้างเหรียญที่ระลึกด้านหน้าเป็นรูปครุฑ
พาห อันเป็นพระราชลัญจกรสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และมีพระจุฬาลงกรณ์ซ้อนบนอกครุฑเป็น
เครื่องหมายพระนามาภิไธย ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หมายความว่ารัชกาลในพระบาทสมเด็จ
พระเจ้าอยู่หัว เสมอภาคด้วยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ ด้านหลังมีอักษรแสดงความอย่างนี้ และมีห่วงร้อย
ด้วยแถบแพรนพรัตนราชวราภรณ์ อันเป็นราชาภรณ์แต่โบราณกาลใช้ตลอดมาจนกาลบัดนี้ สำหรับ
พระราชทาน เป็นเครื่องประดับกายได้ทุกเมื่อ เพื่อไว้เป็นที่ระลึก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระ
ราชบัญญัติไว้ดังนี้