ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
คุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อม
ป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย
พ.ศ. ๒๕๖๑
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
เป็นปีที่ ๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มีพระราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้
ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรมีกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียมความพร้อม
ป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำและยินยอมของสภา
นิติบัญญัติแห่งชาติทำหน้าที่รัฐสภา ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์เตรียม
ความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย พ.ศ. ๒๕๖๑”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้น
ไป
มาตรา ๓ ในพระราชบัญญัตินี้
“ศูนย์” หมายความว่า ศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชียที่จัดตั้งขึ้นตามกฎบัตร
ของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘
มาตรา ๔ เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานของศูนย์ในประเทศไทยให้บรรลุตามความมุ่งประสงค์
(๑) ให้ยอมรับนับถือว่าศูนย์เป็นนิติบุคคล และมีภูมิลำเนาในประเทศไทย
(๒) ให้ศูนย์ ทรัพย์สินและสินทรัพย์ของศูนย์ ตลอดจนเจ้าหน้าที่และผู้เชี่ยวชาญชาวต่าง
ประเทศซึ่งศูนย์แต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับเชิญอย่างเป็นทางการให้มาปฏิบัติงานให้แก่
ศูนย์ ได้รับเอกสิทธิ์และความคุ้มกันตามกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติ
แห่งเอเชีย ซึ่งทำขึ้นเมื่อวันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๘ และความตกลงที่จะทำกันต่อไป
ระหว่างรัฐบาลไทยกับศูนย์ ภายใต้กรอบแห่งกฎบัตรดังกล่าว ทั้งนี้ ในระหว่างที่ปฏิบัติ
หน้าที่ในประเทศไทยหรือเข้ามาในประเทศไทยเพื่อปฏิบัติหน้าที่หรือในการปฏิบัติภารกิจ
เกี่ยวกับศูนย์
มาตรา ๕ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระราชโองการ
พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ประเทศไทยตกลงจะเข้า
เป็นภาคีกฎบัตรของศูนย์เตรียมความพร้อมป้องกันภัยพิบัติแห่งเอเชีย เพื่อร่วมจัดตั้งศูนย์ดังกล่าวขึ้นเป็น
องค์การระหว่างประเทศโดยมีสำนักงานอยู่ในประเทศไทยเพื่อเป็นศูนย์กลางการเตรียมความพร้อมสำหรับ
การป้องกันภัยพิบัติในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก อันจะเป็นประโยชน์ต่อการเฝ้าระวังภัยพิบัติและรักษา
ความปลอดภัยให้กับประชาชน ดำรงความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และป้องกันภัยพิบัติทั้งในประเทศไทยและ
ในภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิก ดังนั้น เพื่อคุ้มครองการดำเนินงานขององค์การระหว่างประเทศดังกล่าว จึง
จำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้