ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓๓ (พ.ศ. ๒๕๒๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙
ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ มาตรา ๗ มาตรา ๒๑ และมาตรา ๒๒ แห่งพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
ข้อ ๒ ในกฎกระทรวงนี้
“ธนาคาร” หมายความว่า ธนาคารออมสิน
“ผู้ฝาก” หมายความว่า ผู้ฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
“ผู้กู้” หมายความว่า ผู้กู้เงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
ข้อ ๓ การฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ เป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้ฝาก จะฝากเพื่อ
ประโยชน์ของบุคคลอื่น หรือโอนหรือรับมรดกสิทธิการฝาก ไม่ได้
ข้อ ๔ ในการฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ ผู้ฝาก
(๑) ต้องฝากเป็นรายเดือน มีกำหนดระยะเวลาฝากครบสิบสองเดือน และเงินฝากแต่ละเดือน
ต้องมีจำนวนเท่ากัน ไม่ต่ำกว่าเดือนละสามร้อยบาทโดยไม่มีเศษของบาท
(๒) ต้องฝากภายในวันที่เจ็ดของเดือน เว้นแต่การฝากเงินครั้งแรก และ
(๓) จะฝากมากกว่าหนึ่งบัญชีก็ได้
ข้อ ๕ การฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ครั้งแรก จะกระทำในวันใดของเดือนก็ได้ แต่
ในวันฝากผู้ฝากต้อง
(๑) มีสัญชาติไทย และ
(๒) บรรลุนิติภาวะ
ข้อ ๖ ในกรณีที่ผู้ฝากผิดนัดไม่สามารถฝากเงินในเดือนใด ไม่ว่าด้วยเหตุใด ให้ฝากภายในวันที่
เจ็ดของเดือนถัดไปเป็นอย่างช้า และผู้ฝากจะผิดนัดได้เพียงครั้งเดียวในรอบสิบสองเดือน
ข้อ ๗ ผู้ฝากจะเปลี่ยนแปลงจำนวนเงินที่ขอฝากเป็นรายเดือนไม่ได้ และไม่ว่ากรณีใด จำนวน
เงินฝากที่เพิ่มขึ้นจากที่กำหนดไว้ในการฝากครั้งแรกตามข้อ ๔ ไม่ก่อให้เกิดสิทธิที่จะขอกู้เงินได้มากขึ้น
ข้อ ๘ ในระหว่างที่การฝากเงินยังไม่ครบกำหนดระยะเวลาฝากตามข้อ ๔ (๑) ถ้าผู้ฝากถอนเงิน
ฝากนั้นให้หมดสิทธิที่จะขอกู้เงินตามข้อ ๑๐ และให้เปลี่ยนสภาพจากบัญชีเงินฝากออมสินประเภทเคห
สงเคราะห์เป็นบัญชีเงินฝากเผื่อเรียกและคำนวณดอกเบี้ยให้ในอัตราดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียกนับแต่วันที่มี
การถอนเงิน
ข้อ ๙ อัตราดอกเบี้ยเงินฝาก ให้ผู้อำนวยการธนาคารเป็นผู้ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการธนาคาร
ข้อ ๑๐ ผู้ฝากซึ่งได้ฝากเงินตามข้อ ๔ โดยมิได้ปฏิบัติขัดต่อข้อ ๖ มีสิทธิขอกู้เงินเพื่อกระทำการ
อย่างใดอย่างหนึ่งได้ ดังต่อไปนี้
(๑) ซื้อที่ดินพร้อมทั้งเคหะ
(๒) ซื้อที่ดินและปลูกสร้างเคหะในที่ดินนั้น
(๓) ซื้อที่ดินที่มีเคหะของตนหรือคู่สมรสปลูกสร้างอยู่แล้ว
(๔) ปลูกสร้างเคหะหรือต่อเติม ซ่อมแซมเคหะที่เป็นของตนหรือคู่สมรสในที่ดินของตนหรือคู่
สมรส
ที่ดินและเคหะดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ต้องอยู่ในอำเภอหรือจังหวัดที่ธนาคารประกาศกำหนด
ข้อ ๑๑ ในการขอกู้เงินตามข้อ ๑๐
(๑) จำนวนเงินที่ขอกู้ต้องไม่เกินวงเงินที่ธนาคารประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะ
กรรมการธนาคาร
(๒) จำนวนเงินที่ขอกู้ต้องไม่เกินร้อยละหกสิบห้าของราคาหลักทรัพย์ประกันตามข้อ ๑๔ (๒)
โดยธนาคารเป็นผู้ประเมิน
(๓) การขอผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยให้กระทำภายในระยะเวลาที่ผู้อำนวยการธนาคาร
ประกาศกำหนดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการธนาคาร แต่เมื่อรวมระยะเวลาที่ขอ
ผ่อนชำระกับอายุของผู้ฝากแล้ว จะต้องไม่เกินหกสิบปี
(๔) วงเงินที่ผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยเป็นรายเดือนแต่ละเดือนต้องมีจำนวนเท่ากัน และ
เท่ากับจำนวนเงินฝากรายเดือนตามข้อ ๔
ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ผู้ฝากได้ฝากเงินเกินหนึ่งบัญชี ให้ขอกู้เงินได้ทุกบัญชีตามเงื่อนไขที่กำหนดใน
ข้อ ๑๑
ข้อ ๑๓ ผู้ฝากจะกู้ร่วมกับผู้ฝากอื่นก็ได้ โดยให้ผู้ฝากแต่ละคนขอกู้เงินได้ตามสิทธิของตนแต่ละ
บัญชีตามเงื่อนไขที่กำหนดในข้อ ๑๑
ข้อ ๑๔ ผู้กู้ต้องปฏิบัติดังต่อไปนี้
(๑) ทำสัญญากู้ตามเงื่อนไขและแบบที่ธนาคารกำหนด
(๒) ทำสัญญาจำนองที่ดินหรือที่ดินและเคหะตามข้อ ๑๐ แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลักประกันการ
ชำระหนี้ตามสัญญาใน (๑) ในกรณีที่ที่ดินหรือที่ดินและเคหะดังกล่าวมีมูลค่าไม่เพียงพอ ให้
ทำสัญญาจำนองที่ดินที่เป็นกรรมสิทธิ์ของผู้กู้หรือคู่สมรสของผู้กู้ แก่ธนาคารเพื่อเป็นหลัก
ประกันจนกว่าจะพอ ทั้งนี้ ตามเงื่อนไขและแบบที่ธนาคารกำหนด และที่ดินหรือที่ดินและ
เคหะที่จำนองต้องอยู่ในอำเภอหรือจังหวัดที่ธนาคารประกาศกำหนดด้วย
(๓) ประกันอัคคีภัยเคหะที่จำนองในวงเงินที่ธนาคารกำหนด โดยให้ธนาคารเป็นผู้รับประโยชน์
และผู้กู้เป็นผู้ชำระเบี้ยประกันภัย ตลอดอายุสัญญาจำนอง
ข้อ ๑๕ เมื่อได้ยื่นคำขอกู้เงินและได้รับอนุมัติให้กู้เงินจากธนาคารแล้ว ผู้ฝากจะถอนเงินจาก
บัญชีเงินฝาก หรือถอนเงินปิดบัญชีก็ได้
ข้อ ๑๖ ในการจ่ายเงินกู้ ธนาคารจะจ่ายให้แก่ผู้กู้ตามจำนวนที่กู้ทั้งหมดในคราวเดียวหรือจะ
จ่ายเป็นคราว ๆ ก็ได้ โดยธนาคารจะพิจารณาตามความจำเป็นของผู้กู้ภายในวัตถุประสงค์ที่ขอกู้ ข้อตกลง
ในการจ่ายเงินกู้นี้ให้กำหนดไว้ในสัญญากู้ด้วย
ในกรณีที่ผู้กู้เบิกเงินกู้เป็นงวด ในวันรับเงินกู้แต่ละงวดเว้นงวดแรก ผู้กู้จะต้องชำระดอกเบี้ยที่
ค้างชำระ คำนวณถึงวันก่อนวันรับเงินกู้แต่ละงวดด้วย
ข้อ ๑๗ อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ ให้ผู้อำนวยการธนาคารเป็นผู้ประกาศกำหนด โดยความเห็นชอบ
ของคณะกรรมการธนาคาร ซึ่งจะต้องสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประเภทฝากประจำที่มีกำหนดระยะ
เวลาฝากสิบสองเดือน ไม่น้อยกว่าร้อยละสอง
ข้อ ๑๘ ผู้กู้ต้องดำเนินการตามวัตถุประสงค์ที่ขอกู้ และรับเงินกู้ให้เสร็จสิ้นภายในแปดเดือนนับ
แต่วันทำสัญญากู้ เว้นแต่ผู้กู้ร้องขอเมื่อธนาคารพิจารณาเห็นสมควร ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินสี่
เดือนนับแต่วันครบกำหนด หากพ้นกำหนดนี้ให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินกู้ที่ผู้กู้ยังไม่ได้รับไป และให้ถือว่า
จำนวนเงินกู้ตามสัญญากู้นั้น คงมีเพียงจำนวนเงินกู้ที่ผู้กู้ได้รับไปแล้ว
ข้อ ๑๙ ผู้กู้ต้องผ่อนชำระเงินต้นและดอกเบี้ยตามข้อ ๑๑ (๔) ภายในวันที่เจ็ดของเดือนเป็น
อย่างช้า โดยเริ่มตั้งแต่เดือนถัดจากเดือนที่ผู้กู้ได้รับเงินกู้งวดสุดท้าย หรือวันที่ได้มีการระงับการจ่ายเงินกู้
ตามข้อ ๑๘ แล้วแต่กรณี
ข้อ ๒๐ ผู้กู้จะโอนกรรมสิทธิ์ในที่ดินและ/หรือเคหะระหว่างจำนองกับธนาคารให้แก่ผู้อื่นไม่ได้
เว้นแต่จะได้ไถ่ถอนจำนองเรียบร้อยแล้ว
ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้กู้ถึงแก่กรรม ธนาคารจะให้ทายาทรับโอนหนี้เงินกู้ได้เมื่อทายาทยินยอม
ปฏิบัติตามสัญญากู้ของผู้กู้เดิม
ข้อ ๒๒ การฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ที่ได้กระทำก่อนวันที่กฎกระทรวงนี้ใช้บังคับ
ให้คงถือปฏิบัติต่อไปตามกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓ (พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคาร
ออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
ข้อ ๒๓ ให้นำกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๙ (พ.ศ. ๒๕๑๙) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคาร
ออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสิน ในส่วนที่เกี่ยวกับการฝาก การถอนเงิน การคำนวณ
ดอกเบี้ยเงินฝากเผื่อเรียก และการออกสมุดฝากเงินให้ใหม่เมื่อหายหรือชำรุด มาใช้บังคับโดยอนุโลม
ข้อ ๒๔ กฎกระทรวงนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๒๓ เป็นต้นไป
ให้ไว้ ณ วันที่ ๙ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๒๓
อำนวย วีรวรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๒๓
(พ.ศ. ๒๕๑๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงิน
ออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ได้ใช้บังคับมานานแล้ว ปรากฏว่ามีหลักการหลายประการที่ไม่เหมาะสมแก่
ภาวะการณ์ในปัจจุบัน สมควรปรับปรุงให้เหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๐ (พ.ศ. ๒๕๒๘) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙
ว่าด้วยการรับฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๓
(พ.ศ. ๒๕๒๓) ออกตามความในพระราชบัญญัติธนาคารออมสิน พ.ศ. ๒๔๘๙ ว่าด้วยการรับฝากเงิน
ออมสินประเภทเคหสงเคราะห์ กำหนดระยะเวลาที่ผู้ฝากเงินออมสินประเภทเคหสงเคราะห์จะขอผ่อน
ชำระเงินต้นและดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ประเภทเคหสงเคราะห์ได้ไม่เกินสิบปี อันมีลักษณะเป็นการกำหนด
ตายตัว ไม่สอดคล้องกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน และเป็นภาระแก่ผู้ฝาก สมควรแก้ไขให้เป็นอำนาจของผู้
อำนวยการธนาคารออมสินที่จะประกาศกำหนดระยะเวลาดังกล่าวด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการ
ธนาคารออมสิน เพื่อให้เกิดความคล่องตัวอันจะทำให้สามารถสนองความต้องการของผู้ฝากที่ประสงค์จะได้
รับการสงเคราะห์ให้มีที่พักอาศัยเป็นของตนเองได้มากยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้