ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๒)
ออกตามความในพระราชบัญญัติทางหลวง
พ.ศ. ๒๕๓๕
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ (๑) แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ รัฐมนตรี
ว่าการกระทรวงคมนาคมออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ในกฎกระทรวงนี้
“ยานพาหนะ” หมายความว่า รถยนต์ รถบรรทุก รถบรรทุกคนโดยสารและรถพ่วง
“รถยนต์” หมายความว่า ยานพาหนะตั้งแต่สี่ล้อขึ้นไป และเดินด้วยกำลังเครื่องยนต์ กำลัง
ไฟฟ้า หรือพลังงานอื่น
“รถบรรทุก” หมายความว่า รถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรทุกสิ่งของหรือสัตว์ และให้หมายความ
รวมถึงรถลากจูงตามกฎหมายว่าด้วยจราจรทางบก
“รถบรรทุกคนโดยสาร” หมายความว่า รถยนต์ที่สร้างขึ้นเพื่อใช้บรรทุกคนโดยสารเกินเจ็ดคน
“รถพ่วง” หมายความว่า ยานพาหนะที่เคลื่อนที่ไปโดยใช้ยานพาหนะอื่นลากจูง
ข้อ ๒ ให้กำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงพิเศษหมายเลข ๗ ทางสาย
กรุงเทพมหานคร - เมืองพัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (ถนนกาญจนาภิเษก) ทางสายถนน
วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ดังต่อไปนี้
(๑) รถบรรทุกที่มีน้ำหนักรถรวมทั้งน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๑,๒๐๐ กิโลกรัม หรือรถบรรทุกคน
โดยสาร ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ ๑๐๐ กิโลเมตร
(๒) รถบรรทุกอื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (๑) รวมทั้งรถบรรทุกหรือรถยนต์ขณะที่ลากจูงรถพ่วง
ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ ๘๐ กิโลเมตร
(๓) รถยนต์อื่นนอกจากรถที่ระบุไว้ใน (๑) หรือ (๒) ให้ใช้ความเร็วไม่เกินชั่วโมงละ ๑๒๐
กิโลเมตร
ข้อ ๓ ในเขตทางที่มีป้ายหรือเครื่องหมายจราจรแสดงว่าเป็นเขตอันตราย หรือเขตให้ขับรถช้า ๆ
ให้ลดความเร็ว และใช้ความระมัดระวังเพิ่มขึ้นตามสมควร
ข้อ ๔ ในกรณีที่มีป้ายหรือเครื่องหมายจราจรกำหนดอัตราความเร็วต่ำกว่าอัตราที่กำหนดไว้ใน
ข้อ ๒ ให้ใช้ความเร็วไม่เกินอัตราความเร็วที่กำหนดไว้นั้น
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๒
สุเทพ เทือกสุบรรณ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากทางหลวงพิเศษ
หมายเลข ๗ ทางสายกรุงเทพมหานคร - เมืองพัทยา และทางหลวงพิเศษหมายเลข ๙ (ถนนกาญจนาภิเษก
) ทางสายถนนวงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร เป็นทางหลวงที่ออกแบบเพื่อให้การจราจรผ่านได้ตลอด
รวดเร็วเป็นพิเศษ ทำให้ยานพาหนะต่าง ๆ สามารถใช้ความเร็วสูงได้ด้วยความปลอดภัย สมควรกำหนด
อัตราความเร็วของยานพาหนะบนทางหลวงสายดังกล่าวไว้สูงกว่าทางหลวงสายอื่น ประกอบกับมาตรา ๕ (
๑) แห่งพระราชบัญญัติทางหลวง พ.ศ. ๒๕๓๕ ได้บัญญัติให้การกำหนดอัตราความเร็วของยานพาหนะต้อง
เป็นไปตามที่กำหนดในกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้