ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๒๒ (พ.ศ. ๒๕๑๓)
ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๐๒
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙ ทวิ แห่งพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๐๒ ซึ่ง
แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติวิธีการงบประมาณ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๐๓ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการ
คลังออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ การกู้เงินในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ โดยวิธีการออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทที่เรียกว่า “
พันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑” มีจำนวนไม่เกินสองพันล้านบาท
ข้อ ๒ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้เป็นพันธบัตรชนิดออกให้ในนามผู้ซื้อพันธบัตรและจดทะเบียน มี
ราคาที่ตราไว้เป็นหน่วย หน่วยละหนึ่งพันบาท
ข้อ ๓ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จำหน่ายให้เฉพาะแก่ผู้ซื้อ ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนที่จดทะเบียนแล้ว
บริษัทจำกัด หรือธนาคารแห่งประเทศไทย
ข้อ ๔ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้ออกจำหน่ายเป็นคราว ๆ ตามที่กระทรวงการคลังจะประกาศ
โดยจำหน่ายในราคาต่ำกว่าราคาที่ตราไว้ได้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่าหน่วยละ ๙๒๐.๘๖ บาท
ประกาศกระทรวงการคลังตามวรรคหนึ่ง ให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา
ข้อ ๕ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้จำหน่ายตามกำหนดเวลาในประกาศกระทรวงการคลังตามข้อ
๔ แต่ทั้งนี้ต้องไม่เกินวันสิ้นปีงบประมาณ พ.ศ.๒๕๑๓
ข้อ ๖ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะชำระต้นเงินกู้คืนตามราคาที่ตราไว้เมื่อครบห้าปีนับแต่วัน
สุดท้ายของกำหนดเวลาจำหน่ายในประกาศกระทรวงการคลังตามข้อ ๔
ข้อ ๗ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้เป็นไปตามแบบและเงื่อนไขท้ายกฎกระทรวงนี้ และมิให้ถือว่า
พันธบัตรฉบับใดสมบูรณ์ เว้นแต่พนักงานธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้
แต่งตั้งขึ้นโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา ได้ลงลายมือชื่อกำกับในพันธบัตรฉบับนั้นแล้ว
ข้อ ๘ พันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้มีอัตราดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดต่อปี
การชำระดอกเบี้ย ให้ชำระแก่ผู้มีนามในพันธบัตรเงินกู้ที่ได้จดทะเบียนไว้ หรือตามคำร้องขอ
ของผู้มีนามในพันธบัตรฉบับนั้น โดยให้แบ่งชำระปีละสองงวดเป็นจำนวนเงินงวดละเท่า ๆ กัน ในวันที่ซึ่ง
จะได้กำหนดไว้ในประกาศกระทรวงการคลัง ตลอดเวลาที่พันธบัตรยังมีอายุอยู่ แต่การชำระดอกเบี้ยงวด
แรกของพันธบัตรแต่ละฉบับซึ่งมีหลายหน่วย ให้คำนวณต้นเงินของทุกหน่วยรวมกันตั้งแต่วันที่จำหน่าย
พันธบัตรได้ จนถึงวันก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ยงวดแรก
ข้อ ๙ เมื่อได้รับคำเสนอซื้อพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้พร้อมด้วยได้รับชำระเงินค่าพันธบัตรแล้ว
ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยมอบพันธบัตรและจดทะเบียนพันธบัตรฉบับนั้นไว้
ข้อ ๑๐ ภายใต้บังคับข้อ ๑๑ การโอนกรรมสิทธิ์หรือการจำนำพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ จน
กระทำได้แต่เฉพาะในระหว่างผู้มีสิทธิซื้อพันธบัตรตามข้อ ๓ และจะต้องนำพันธบัตรไปจดทะเบียนการโอน
กรรมสิทธิ์หรือการจำนำที่ธนาคารแห่งประเทศไทย
การโอนกรรมสิทธิ์จะกระทำในระหว่างระยะเวลาสิบห้าวันก่อนวันเริ่มชำระดอกเบี้ยตามข้อ ๗
มิได้
ข้อ ๑๑ เมื่อเห็นเป็นการสมควร กระทรวงการคลังจะรับโอนกรรมสิทธิพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้
ไว้ก็ได้
พันธบัตรที่กระทรวงการคลังรับโอนกรรมสิทธิ์ตามข้อนี้ ให้ถือว่าเป็นพันธบัตรที่ชำระต้นเงินกู้
คืนแล้วตั้งแต่วันรับโอนกรรมสิทธิ์
ข้อ ๑๒ การชำระต้นเงินกู้ตามพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้จะกระทำได้ต่อเมื่อได้รับคืนพันธบัตร
ข้อ ๑๓ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จำหน่ายพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้และจัดการอื่น ๆ ที่
จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้
ข้อ ๑๔ ให้กำหนดค่าใช้จ่ายและค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรเงินกู้ประเภทนี้ให้
แก่ธนาคารแห่งประเทศไทย ดังต่อไปนี้
(๑) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์พันธบัตรและการโฆษณาขายพันธบัตร
(๒) ค่าธรรมเนียมในการจัดการเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ ๐.๓ ของราคาพันธบัตรที่
จำหน่ายได้ ดอกเบี้ยที่ชำระ และต้นเงินกู้ตามพันธบัตรที่ชำระคืน
ข้อ ๑๕ การนับเวลาเพื่อคำนวณดอกเบี้ย ถ้ามีเศษของงวด ให้คำนวณตามจำนวนวัน และให้
ถือว่าปีหนึ่งมีสามร้อยหกสิบห้าวัน
ในการคำนวณเงิน ตอนใดมีเศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๑๓
ส. วินิจฉัยกุล
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่รัฐบาลมีความจำเป็นจะต้อง
กู้เงินมาใช้จ่ายในการบริหารราชการแผ่นดิน จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงฉบับนี้ขึ้นโดยอาศัยอำนาจตาม
กฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ ซึ่งให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินมาจ่ายได้ไม่เกินร้อยละ ๒๐ ของ
จำนวนเงินงบประมาณรายจ่าย และงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ซึ่งในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ จะกู้ได้
ไม่เกิน ๕,๔๕๙.๙๘ ล้านบาท กระทรวงการคลังได้ออกกฎกระทรวงขึ้นเพื่อกู้โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้
ประเภทพันธบัตรเงินกู้ทั่วไปในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓ ครั้งที่ ๑ จำนวนไม่เกินหนึ่งพันล้านบาทมาแล้ว
ในวาระที่สองนี้เห็นควรกู้สองพันล้านบาท ซึ่งรวมกับที่กู้ในวาระแรกแล้วเท่ากับร้อยละ ๑๐.๙๙ ของงบ
ประมาณรายจ่ายประจำปี โดยวิธีออกพันธบัตรเงินกู้ประเภทพันธบัตรลงทุนในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๑๓
ครั้งที่ ๑ จำนวนไม่เกินสองพันล้านบาท