ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
พระราชบัญญัติ
นิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการ
สงครามของญี่ปุ่น
พุทธศักราช ๒๔๘๙
อานันทมหิดล
ตราไว้ ณ วันที่ ๒๖ เมษายน พุทธศักราช ๒๔๘๙
เป็นปีที่ ๑๓ ในรัชกาลปัจจุบัน
สมเด็จพระเจ้าอยู่อานันทมหิดล มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า
โดยที่เป็นการสมควรให้มีการนิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้านการดำเนินการสงครามของ
ญี่ปุ่นหรือดำเนินงานเพื่อการนั้น
จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้ โดยคำแนะนำและยินยอมของสภาผู้
แทนราษฎร ดังต่อไปนี้
มาตรา ๑ พระราชบัญญัตินี้ให้เรียกว่า “พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้กระทำการต่อต้าน
การดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น พุทธศักราช ๒๔๘๙”
มาตรา ๒ พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับได้ตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป
มาตรา ๓ บรรดาการกระทำก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้เกี่ยวกับการกระทำอันเป็นการต่อต้าน
การดำเนินการสงครามของญี่ปุ่น หรือการดำเนินงานเพื่อการนั้น ให้ผู้กระทำเป็นอันพ้นจากความผิดทั้งสิ้น
มาตรา ๔ ถ้าผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามมาตรา ๓ ต้องคุมขังอยู่ในเรือนจำ ให้ผู้นั้นยื่นคำร้องต่อ
คณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ เพื่อให้พิจารณาปล่อยตัวไป
มาตรา ๕ บุคคลที่ได้พ้นโทษไปก่อนวันใช้พระราชบัญญัตินี้ ถ้าโทษนั้นเป็นโทษในความผิดที่ได้
รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้มีสิทธิร้องขอต่อคณะกรรมการดังกล่าวในมาตรา ๗ พิจารณามี
คำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้ได้
มาตรา ๖ เมื่อบุคคลที่คณะกรรมการได้มีคำสั่งแสดงว่าเป็นผู้ได้รับนิรโทษกรรมตามความใน
มาตรา ๕ หรือที่คณะกรรมการมีคำสั่งให้ปล่อยตัวตามความในมาตรา ๗ ได้ร้องขอ ก็ให้คณะกรรมการออก
หนังสือรับรองว่าเป็นบุคคลที่ได้รับนิรโทษกรรมตามพระราชบัญญัตินี้
มาตรา ๗ ให้มีกรรมการขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยประธานศาลฎีกาเป็นประธาน อธิบดีศาล
อุทธรณ์ อธิบดีศาลอาญา อธิบดีกรมอัยการ และเจ้ากรมพระธรรมนูญ เป็นกรรมการ มีหน้าที่ดังกล่าวใน
มาตรา ๔ ในมาตรา ๕ และในมาตรา ๖
ในการพิจารณาคำร้องขอของบุคคลผู้ต้องคุมขังตามความในมาตรา ๔ เมื่อคณะกรรมการ
พิจารณาเห็นว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ที่ได้รับนิรโทษกรรมตามความในพระราชบัญญัตินี้ ก็ให้คณะกรรมการมีคำ
สั่งไปยังผู้บัญชาการเรือนจำให้ปล่อยตัวไปโดยมิชักช้า
มาตรา ๘ ในการปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชบัญญัตินี้ ให้คณะกรรมการมีอำนาจออกหมายเรียก
บุคคลให้มาให้ถ้อยคำหรือให้ส่งเอกสารหรือสิ่งใด ๆ ที่สามารถใช้เป็นพยานหลักฐาน และสั่งให้บุคคล
สาบานหรือปฏิญานก่อนให้ถ้อยคำได้
มาตรา ๙ ในการปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ ให้ถือว่ากรรมการตามพระราชบัญญัตินี้ เป็นเจ้า
พนักงานตามความหมายของกฎหมายลักษณะอาญา
มาตรา ๑๐ ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ปรีดี พนมยงค์ นายกรัฐมนตรี