ค้นหามาตราพิมพ์เลขมาตรา เช่น 288, 288/1 หรือข้อความในตัวบท
กฎกระทรวง
กำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา
และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
พ.ศ. ๒๕๕๐
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ และ
มาตรา ๗๗ แห่งพระราชบัญญัติประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติประกัน
สังคม (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๒ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑ ให้ยกเลิกกฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๗ (พ.ศ. ๒๕๔๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติ
ประกันสังคม พ.ศ. ๒๕๓๓
ข้อ ๒ การจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้จ่ายเป็นรายเดือนในอัตราร้อยละยี่สิบของค่าจ้างเฉลี่ยหก
สิบเดือนสุดท้ายที่ใช้เป็นฐานในการคำนวณเงินสมทบก่อนความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
ในกรณีที่ผู้ประกันตนได้จ่ายเงินสมทบเกินหนึ่งร้อยแปดสิบเดือน ให้ปรับเพิ่มอัตราเงินบำนาญ
ชราภาพตามวรรคหนึ่งขึ้นอีกในอัตราร้อยละหนึ่งจุดห้าต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุกสิบสองเดือน
ในกรณีที่ผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตาย ให้งดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพตั้งแต่เดือน
ถัดจากเดือนที่ผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตาย
ข้อ ๓ การจ่ายเงินบำนาญชราภาพให้แก่บุคคลซึ่งถูกงดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพและในภาย
หลังได้กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนใหม่ตามมาตรา ๗๗ ตรี ให้จ่ายตามจำนวนเงินบำนาญชราภาพเดิมที่ได้รับ
ก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตน และให้จ่ายเพิ่มอีกร้อยละหนึ่งจุดห้าของค่าจ้างที่ใช้ในการคำนวณเงินบำนาญ
ชราภาพเดิมก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนต่อระยะเวลาการจ่ายเงินสมทบครบทุกสิบสองเดือนในช่วงระยะ
เวลาที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนในครั้งหลัง
ให้งดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพแก่บุคคลตามวรรคหนึ่งตั้งแต่เดือนที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตน
ข้อ ๔ เงินบำนาญชราภาพตามข้อ ๒ หรือข้อ ๓ จะต้องไม่น้อยกว่าจำนวนเงินบำนาญชราภาพ
ขั้นต่ำตามที่สำนักงานประกาศกำหนด ทั้งนี้ ให้คำนึงถึงความเหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจในขณะนั้น
ด้วย
ข้อ ๕ เพื่อให้การจ่ายเงินบำนาญชราภาพเป็นไปโดยถูกต้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดำเนินการ
ตรวจสอบการมีชีวิตอยู่ของผู้รับเงินบำนาญชราภาพตามระเบียบที่สำนักงานประกาศกำหนด
ในกรณีที่ไม่สามารถตรวจสอบตามวรรคหนึ่งได้ หรือมีเหตุอันควรสงสัยการมีชีวิตอยู่ของผู้รับ
เงินบำนาญชราภาพ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งผู้รับเงินบำนาญชราภาพให้มาแสดงตนหรือยื่นหลักฐานการ
มีชีวิตอยู่ ได้แก่ สำเนาทะเบียนบ้าน หรือเอกสารที่ทางราชการออกให้ หรือหนังสือรับรองของเจ้าพนักงาน
ฝ่ายปกครองหรือข้าราชการตั้งแต่ระดับ ๓ หรือเทียบเท่าขึ้นไป ต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในระยะเวลาที่
กำหนด
ข้อ ๖ การจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพ ให้เป็นไปตามอัตรา ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบต่ำกว่าสิบสองเดือน ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับจำนวน
เงินสมทบที่ผู้ประกันตนจ่ายสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีสงเคราะห์บุตร
และกรณีชราภาพ
(๒) กรณีที่มีการจ่ายเงินสมทบตั้งแต่สิบสองเดือนขึ้นไป ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเท่ากับ
จำนวนเงินสมทบที่ผู้ประกันตนและนายจ้างจ่ายสมทบเพื่อการจ่ายประโยชน์ทดแทนใน
กรณีสงเคราะห์บุตรและกรณีชราภาพพร้อมผลประโยชน์ตอบแทนตามที่สำนักงานประกาศ
กำหนด
ข้อ ๗ การจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพตามข้อ ๖ สำหรับผู้ประกันตนที่จ่ายเงินสมทบไม่ครบหนึ่ง
ร้อยแปดสิบเดือน และความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้
(๑) กรณีความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นนอกจากถึงแก่ความตายก่อนอายุครบห้าสิบ
ห้าปีบริบูรณ์ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อมีอายุครบห้าสิบห้าปีบริบูรณ์
(๒) กรณีความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงด้วยเหตุอื่นนอกจากถึงแก่ความตายเมื่อมีอายุครบห้า
สิบห้าปีบริบูรณ์ขึ้นไป ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลง
(๓) กรณีความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงด้วยเหตุถึงแก่ความตาย หรือถึงแก่ความตายภายหลัง
จากความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงไปแล้ว ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพให้แก่ทายาทผู้มีสิทธิ
ตามมาตรา ๗๗ จัตวา
(๔) กรณีเป็นผู้ทุพพลภาพ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเมื่อมีคำวินิจฉัยให้เป็นผู้ทุพพลภาพ
ข้อ ๘ กรณีผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายในหกสิบเดือนนับแต่เดือนที่มีสิทธิได้รับเงิน
บำนาญชราภาพ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับเดือน
สุดท้ายก่อนถึงแก่ความตายคูณด้วยจำนวนเดือนที่เหลือหลังจากผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตาย
จนครบหกสิบเดือน
ข้อ ๙ กรณีผู้มีสิทธิรับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายก่อนได้รับเงินบำนาญชราภาพ ให้จ่าย
เงินบำเหน็จชราภาพตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ (๒)
ข้อ ๑๐ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพตามอัตราที่กำหนดในข้อ ๖ (๒) ในกรณีที่ผู้ประกันตนมีสิทธิ
ได้รับเงินทดแทนการขาดรายได้กรณีทุพพลภาพ และเงินบำนาญชราภาพในเวลาเดียวกันตามมาตรา ๗๗
เบญจ
ข้อ ๑๑ กรณีบุคคลซึ่งถูกงดการจ่ายเงินบำนาญชราภาพเนื่องจากกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนและ
ต่อมาความเป็นผู้ประกันตนสิ้นสุดลงด้วยเหตุถึงแก่ความตาย หากบุคคลนั้นได้รับเงินบำนาญชราภาพมา
แล้วไม่เกินหกสิบเดือน ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนเท่ากับจำนวนเงินบำนาญชราภาพที่ได้รับ
เดือนสุดท้ายก่อนกลับเข้าเป็นผู้ประกันตนคูณด้วยจำนวนเดือนที่เหลือหลังจากผู้รับเงินบำนาญชราภาพ
กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนจนครบหกสิบเดือน และเงินบำเหน็จชราภาพตามข้อ ๖ (๑) หรือ (๒) แล้วแต่กรณี
สำหรับการจ่ายเงินสมทบในช่วงระยะเวลาที่กลับเข้าเป็นผู้ประกันตนครั้งหลัง
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๘ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๕๐
อภัย จันทนจุลกะ
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุง
หลักเกณฑ์การจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ เพื่อเพิ่มอัตราเงินบำนาญชราภาพให้แก่ผู้ประกันตน
ให้เหมาะสมกับสภาพทางเศรษฐกิจในปัจจุบันและลดภาระในการแสดงหลักฐานการมีชีวิตอยู่ของผู้ประกัน
ตนต่อสำนักงานประกันสังคม จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
กฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๕
ข้อ ๓ บุคคลใดได้รับบำนาญชราภาพตามข้อ ๘ หรือข้อ ๑๑ แห่งกฎกระทรวงกำหนดหลัก
เกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลาและอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ พ.ศ. ๒๕๕๐ อยู่ก่อนวันที่กฎ
กระทรวงนี้ใช้บังคับ ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพจนครบหกสิบเดือนตามหลักเกณฑ์ที่มีการแก้ไขเพิ่มเติมใน
กฎกระทรวงนี้ เว้นแต่มีจำนวนเดือนเหลือน้อยกว่าสิบเดือน ให้จ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเป็นจำนวนสิบเท่า
ของเงินบำนาญชราภาพรายเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้ายก่อนถึงแก่ความตาย
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่ม
เติมกฎกระทรวงกำหนดหลักเกณฑ์ วิธีการ ระยะเวลา และอัตราการจ่ายประโยชน์ทดแทนในกรณีชราภาพ
พ.ศ. ๒๕๕๐ ในกรณีผู้รับเงินบำนาญชราภาพถึงแก่ความตายภายในหกสิบเดือนนับแต่เดือนที่มีสิทธิรับเงิน
บำนาญชราภาพ ให้มีการจ่ายเงินบำเหน็จชราภาพเพิ่มขึ้น เพื่อเป็นหลักประกันและเป็นการช่วยเหลือ
ทายาทของผู้รับบำนาญชราภาพในการดำรงชีวิตภายหลังผู้รับบำนาญชราภาพถึงแก่ความตาย จึงจำเป็น
ต้องออกกฎกระทรวงนี้